หมวดสินค้า






 
>>> วิธีใช้หัวฮิวมัสกับพืชชนิดต่างๆ
 
 
 
 
 
 
 
ติดต่อเรื่องบำบัดน้ำเสีย
 >>>  0817645463  <<<

" คลิกลิ้งค์ข้างล่าง "
v      v      v
v      v      v
 



ติดต่อเราทางไลน์
ID Line: nanohomgreen
 
ติดต่อพูดคุยเป็นเพื่อนกับเรา
คลิกที่นี่... 
 

Big Boss
ขจัดอาการเหงือกจ๋าฟันลาก่อน

มีจำหน่ายที่นี่

น้ำแร่บ้วนปาก ราคา 360 บาท/กล่อง ส่งฟรีลงทะเบียน ทั่วประเทศ




สภาพอากาศ ประจำวัน


ราคาน้ำมัน PTT

สถิติการเยี่ยมชมเว็ป

 สถิติวันนี้ 44 คน
 สถิติเมื่อวาน 71 คน
 สถิติเดือนนี้
สถิติปีนี้
สถิติทั้งหมด
585 คน
1192 คน
83219 คน
เริ่มเมื่อ 20-03-2011


คำกล่าวนำเว็บบอร์ด
คำแนะนำเกี่ยวกับการใช้เว็บบอร์ด


หัวฮิวมัสแท้ป้องกันโรคและแมลงศัตรูของพืชผักเหล่านี้ได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่ใช้


ผักคะน้า


CHINESE KALE
โรคและแมลงศัตรูของคะน้า


โรคเน่าคอดิน  สาเหตุเกิดจากเชื้อรา Pythium sp.  เป็นโรคที่เกิดเฉพาะในแปลงเพาะกล้าเท่านั้น สาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดโรคได้ง่าย คือ การหว่านกล้าที่แน่นทึบ อับลม และต้นเบียดกันมาก ต้นกล้าจะเกิดอาการเป็นแผลช้ำที่โคนต้นในระดับดิน เนื้อเยื่อตรงแผลเน่าและแห้งไปอย่างรวดเร็ว ถ้าถูกแสงแดดทำให้ต้นกล้าหักพับต้นจะเหี่ยวแห้งตายในเวลารวดเร็ว ต้นกล้าจะค่อยๆ เหี่ยวแห้งตายและขยายบริเวณออกไปเป็นวงกลม
โรคราน้ำค้าง หรือโรคใบลาย  สาเหตุเกิดจากเชื้อ Psudoperonospora  อาการ คือ จะเริ่มเป็นจุดสีเหลืองบนใบ และจะขยายออกเป็นเหลี่ยมในระหว่างเส้นใบ และบริเวณใต้ใบที่ตำแหน่งของแผลจะมีเส้นใยสีขาวเกาะเป็นกลุ่มและมีสปอร์เป็นผงสีดำ ถ้าเป็นมากๆ แผลจะลามไปทั้งใบทำให้ใบแห้งตาย โรคนี้ระบาดได้ตั้งแต่ระยะที่เป็นต้นกล้าจนเจริญเติบโตเต็มที่ ซึ่งจะทำความเสียหายมากเพราะทำให้ใบเสียมากและเจริญเติบโตช้า โรคนี้ไม่ทำให้ต้นคะน้าตาย แต่ทำให้น้ำหนักลดลง เพราะต้องตัดใบที่เป็นโรคทิ้ง
โรคแผลวงกลมสีน้ำตาลไหม้  สาเหตุเกิดจากเชื้อรา Alternaria sp.  ใบที่เป็นโรคจะมีแผลวงกลมสีน้ำตาลซ้อนกันหลายชั้น เนื้อเยื่อรอบๆ แผลเปลี่ยนเป็นสีเหลืองขนาดของแผลมีทั้งใหญ่และเล็ก บนแผลมักจะมีเชื้อราขึ้นบางๆ มองเห็นเป็นผงสีดำ เนื้อเยื่อบุ๋มลงไปเล็กน้อยมักจะเป็นที่ใบแก่ที่อยู่ตอนล่างของลำต้น
หนอนกระทู้ผัก  ลักษณะ เป็นหนอนผีเสื้อชนิดหนึ่ง ซึ่งแม่ผีเสื้อจะมาวางไข่ไว้บนใบพืช ไข่จะมีเป็นร้อยฟอง เกาะกันเป็นกลุ่มคลุมด้วยขนสีฟางข้าว หนอนประเภทนี้ จะมีผิวหนังเรียบ ลำตัวอ้วน มีลายสีดำ ตัวโตเต็มที่ประมาณ 3-4 ซม. เคลื่อนไหวได้ไม่เร็วนัก หนอนที่ฟักออกจากไข่ใหม่ๆ จะอยู่กันเป็นกลุ่ม และช่วยกันแทะกินผิวใบ เมื่อโตจะทำลายดอก และฝักของพืช ทำให้เป็นรอยเจาะ หนอนกระทู้ผักสามารถระบาดได้ทุกฤดูกาล



ผักกาดเขียวกวางตุ้ง
CHINESE CABBAGE
โรคและแมลงศัตรู
โรคเน่าคอดิน
  สาเหตุเกิดจากเชื้อรา Pythium sp.  เป็นโรคที่เกิดเฉพาะในแปลงเพาะกล้าเท่านั้น สาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดโรคได้ง่าย คือ การหว่านกล้าที่แน่นทึบ อับลม และต้นเบียดกันมาก ต้นกล้าจะเกิดอาการเป็นแผลช้ำที่โคนต้นในระดับดิน เนื้อเยื่อตรงแผลเน่าและแห้งไปอย่างรวดเร็ว ถ้าถูกแสงแดดทำให้ต้นกล้าหักพับต้นจะเหี่ยวแห้งตายในเวลารวดเร็ว ต้นกล้าจะค่อยๆ เหี่ยวแห้งตายและขยายบริเวณออกไปเป็นวงกลม
โรคใบจุดของผักกาดเขียวกวางตุ้ง  สาเหตุเกิดจากเชื้อรา Alternaria brasaiciala  จะเริ่มเกิดอาการจากใบล่างของลำต้น โดยเริ่มแรกจะพบเป็นจุดสีเหลืองซีดขนาดเล็กต่อมาแผลจะขยายใหญ่ขึ้น และแห้งเป็นสีน้ำตาลอ่อน มีลักษณะค่อนข้างกลมที่บริเวณแผลจะพบเชื้อขึ้นเป็นวงสีดำซ้อนกันอยู่ แผลเหล่านี้เมื่อรวมกันก่อให้เกิดอาการใบไหม้
โรคราน้ำค้างของผักกาดเขียวกวางตุ้ง  สาเหตุเกิดจากเชื้อรา Peronospora parasitica  อาการมักเริ่มแสดงที่ใบล่างๆ ก่อนแล้วจึงลุกลามขึ้นสู่ด้านบน โดยจะปรากฏเป็นจุดสีขาวซีดบนใบ ต่อมาแผลจะขนาดใหญ่ขึ้น แผลซีดสีฟางข้าว ยุบตัวลงแผลมีขนาดรูปร่างไม่แน่นอน เมื่อพลิกดูใต้ใบ ในตอนเช้าที่มีอากาศชื้นจะพบส่วนของเชื้อเจริญเป็นขุยสีขาวฟูขึ้นบริเวณใต้แผล หากเป็นรุนแรงใบจะแห้งตายไฟ
เพลี้ยอ่อน  มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Lipaphis erysimi  แพร่พันธุ์ได้โดยที่เพศเมียไม่ต้องผ่านการผสมพันธุ์ ตัวอ่อนเมื่อออกจากตัวแม่ใหม่ๆ จะมีขนาดเล็กมาก ต้องส่องดูด้วยกล้องจุลทรรศน์ ลำตัวมีสีเหลืองอ่อน นัยน์ตาสีดำ ขาทั้ง 3 คู่สีเหลืองอ่อน หนวดสั้น ระยะเป็นตัวอ่อนจะมีการลอกคราบ 4 ครั้ง มีอายุประมาณ 5-6 วัน หลังจากนั้นก็จะเป็นตัวเต็มวัย ตัวเต็มวัยก็จะมีลักษณะคล้ายตัวอ่อน มีทั้งแบบมีปีกและไม่มีปีก ระยะตัวเต็มวัยมีชีวิตอยู่ประมาณ 6-18 วัน ตัวเต็มวัยตัวหนึ่งสามารถออกลูกได้ตลอดชีวิตประมาณ 75 ตัว
หนอนใยผัก  มีชื่อวิทยาศาสตร์ Plutella xylostella  เป็นหนอนที่มีขนาดเล็กที่สุดในบรรดาหนอนผีเสื้อศัตรูผัก ชอบวางไข่ตามใต้ใบเป็นฟองเดี่ยวๆ หรือเป็นกลุ่มติดกัน 2-5 ฟอง ไข่มีขนาดเล็กมากค่อนข้างแบนและยาวรี ไข่มีสีเหลืองอ่อนเป็นมัน มีผิวขรุขระ ระยะการเป็นไข่ 2-3 วัน เมื่อไข่ใกล้ฟักออกเป็นตัวหนอนจะมีสีเหลืองเข้ม ตัวหนอนมีขนาดค่อนข้างเล็กมากเห็นยาก มีการเจริญเติบโตรวดเร็วกว่าหนอนอื่น เพียงแค่ 1 สัปดาห์ ก็จะโตเต็มที่มีขนาด 1 เซนติเมตร ส่วนท้ายมีปุ่มยื่นออกมา 2 แฉก ลำตัวอาจเป็นสีเขียวปนเทาอ่อน หรือเขียวปนเหลือง สามารถสร้างใยพาตัวเองขึ้นลงระหว่างพื้นดินกับต้นพืช ดักแด้มีขนาด 1 เซนติเมตร อยู่ภายในใยบางๆ ติดใต้ใบ อายุดักแด้ 3-4 วัน ส่วนตัวเต็มวัยเป็นผีเสื้อกลางคืนมีสีเทา หลังมีแถบสีเหลืองเข้ม มีอายุอยู่ได้ไม่เกิน 1 สัปดาห์ ตัวหนอนจะกัดกินผิวด้านล่างใบจนเกิดเป็นรูพรุนและมักเข้าไปกัดกินใบยอดผักที่กำลังเจริญเติบโต ทำให้ผักได้รับความเสียหายสามารถทำลายผักในตระกูลกะหล่ำเกือบทุกชนิด เช่น คะน้า กะหล่ำปลี กะหล่ำดอก และผักกาดต่างๆ



กะหล่ำปลี
CABBAGE
โรคและแมลงศัตรูของกะหล่ำปลี


โรคเน่าดำ  สาเหตุเกิดจากเชื้อแบคทีเรีย Xanthomonas campestris  พบระบาดทั่วไปตามแหล่งที่มีการปลูกผัก โดยเฉพาะในฤดูฝนหรือฤดูที่มีความชื้นสูง ชาวสวนบางแห่งรู้จักกันดีในนามของโรคใบทอง เนื่องจากพืชที่เป็นโรคนี้ทั้งแปลงจะมีใบแห้งสีน้ำตาลหรือเหลืองคล้ายสีทอง เชื้อแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของโรคนี้จะอาศัยอยู่ในดิน เมื่อฝนตกจะระบาดไปทั่ว นอกจากนี้เชื้อยังสามารถติดไปกับเมล็ดได้อีกด้วย สามารถเข้าทำลายได้ทุกระยะการเจริญเติบโต ในระยะต้นกล้าหรือต้นอ่อนพืชมักจะตายทันที โดยจะพบว่าที่ขอบใบหรือใบเลี้ยงมีอาการไหม้แห้ง เส้นใบเน่าเป็นสีดำ ใบที่แสดงอาการจะบางกว่าปกติ ต่อมาใบจะแห้งเป็นสีน้ำตาลและหลุดออกจากต้น หากไม่ตายในระยะนี้ก็จะเกิดการชะงักการเจริญเติบโต ใบที่อยู่ตอนล่างๆ ของตนจะหลุดร่วงไป ส่วนใบที่เหลืออยู่จะมีสีเหลืองและเส้นใบมีสีดำ ในต้นที่โตแล้วจะพบอาการบนใบแก่ที่อยู่ส่วนล่างๆ ของต้น โดยอาการจะเริ่มเหลืองและแห้งตายบริเวณขอบใบขึ้นก่อน และค่อยๆ ลามลึกเข้ามาในเนื้อใบตามแนวเส้นใบที่อยู่ระดับเดียวกันจนจรดแกนกลางของใบ ทำให้เกิดอาการเหลืองหรือแห้งสีน้ำตาลเป็นรูปตัววี (V) ขึ้น ซึ่งเป็นลักษณะอาการเฉพาะของโรคนี้
ในรายที่เป็นรุนแรงเชื้อจะเข้าไปเจริญเติบโตอยู่ที่ก้านใบ เมื่อนำเอาใบเหล่านี้มาตัดหรือผ่าออกตามขวางจะเห็นส่วนที่เป็นท่อน้ำเน่าเป็นสีดำ
โรคเน่าคอดิน  สาเหตุเกิดจากเชื้อรา Pythium sp.  เป็นโรคที่เกิดเฉพาะในแปลงเพาะกล้าเท่านั้น สาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดโรคได้ง่าย คือ การหว่านกล้าที่แน่นทึบ อับลม และต้นเบียดกันมาก ต้นกล้าจะเกิดอาการเป็นแผลช้ำที่โคนต้นในระดับดิน เนื้อเยื่อตรงแผลเน่าและแห้งไปอย่างรวดเร็ว ถ้าถูกแสงแดดทำให้ต้นกล้าหักพับต้นจะเหี่ยวแห้งตายในเวลารวดเร็ว ต้นกล้าจะค่อยๆ เหี่ยวแห้งตายและขยายบริเวณออกไปเป็นวงกลม
หนอนใยผัก  มีชื่อวิทยาศาสตร์ Plutella xylostella  เป็นหนอนที่มีขนาดเล็กที่สุดในบรรดาหนอนผีเสื้อศัตรูผัก ชอบวางไข่ตามใต้ใบเป็นฟองเดี่ยวๆ หรือเป็นกลุ่มติดกัน 2-5 ฟอง ไข่มีขนาดเล็กมากค่อนข้างแบนและยาวรี ไข่มีสีเหลืองอ่อนเป็นมัน มีผิวขรุขระ ระยะการเป็นไข่ 2-3 วัน เมื่อไข่ใกล้ฟักออกเป็นตัวหนอนจะมีสีเหลืองเข้ม ตัวหนอนมีขนาดค่อนข้างเล็กมากเห็นยาก มีการเจริญเติบโตรวดเร็วกว่าหนอนอื่น เพียงแค่ 1 สัปดาห์ ก็จะโตเต็มที่มีขนาด 1 เซนติเมตร ส่วนท้ายมีปุ่มยื่นออกมา 2 แฉก ลำตัวอาจเป็นสีเขียวปนเทาอ่อน หรือเขียวปนเหลือง สามารถสร้างใยพาตัวเองขึ้นลงระหว่างพื้นดินกับต้นพืช ดักแด้มีขนาด 1 เซนติเมตร อยู่ภายในใยบางๆ ติดใต้ใบ อายุดักแด้ 3-4 วัน ส่วนตัวเต็มวัยเป็นผีเสื้อกลางคืนมีสีเทา หลังมีแถบสีเหลืองเข้ม มีอายุอยู่ได้ไม่เกิน 1 สัปดาห์ ตัวหนอนจะกัดกินผิวด้านล่างใบจนเกิดเป็นรูพรุนและมักเข้าไปกัดกินใบยอดผักที่กำลังเจริญเติบโต ทำให้ผักได้รับความเสียหายสามารถทำลายผักในตระกูลกะหล่ำเกือบทุกชนิด เช่น คะน้า กะหล่ำปลี กะหล่ำดอก และผักกาดต่างๆ
หนอนเจาะยอดกะหล่ำ  มีชื่อวิทยาศาสตร์ Hellula undalis  ตัวเต็มวัยเป็นผีเสื้อกลางคืนขนาดเล็ก แม่ผีเสื้อจะวางไข่เดี่ยวๆ หรือเป็นกลุ่มตามยอดอ่อนหรือใบอ่อน บางครั้งวางไข่บนดอกที่ยังตูมอยู่ ไข่มีลักษณะค่อนข้างกลมเรียวยาวเล็กน้อย ไข่ระยะแรกมีสีขาวซีด ต่อมาจะเปลี่ยนเป็นสีขาวนวล ขนาดของไข่ประมาณ 0.34-0.55 มิลลิเมตร เมื่อไข่อายุ 2 วันจะมีสีชมพูเกิดขึ้นบนไข่ เมื่ออายุมากขึ้นไข่จะเริ่มมีสีดำ และเริ่มออกเป็นตัวภายในระยะเวลา 3-5 วัน แม่ผีเสื้อตัวหนึ่งสามารถวางไข่ได้ประมาณ 14-255 ฟอง ตัวหนอนเมื่อโตเต็มที่ยาว 1-2 เซนติเมตร ผิวดำตัวใสมีแถบสีน้ำตาลพาดตามยาว ระยะการเจริญเติบโตของหนอนประมาณ 15-23 วัน จึงเข้าระยะดักแด้ โดยจะสร้างใยหุ้มลำตัวติดกับเศษพืชที่ผิวดินหรือใต้ผิวดิน ดักแด้มีขนาดยาว 0.6-0.8 เซนติเมตร เมื่อเข้าดักแด้ใหม่ๆ จะมีสีน้ำตาลอ่อน ต่อมาจะมีสีเข้มขึ้น ระยะการเป็นดักแด้ประมาณ 7-11 วัน สำหรับตัวเต็มวัยลำตัวยาวประมาณ 6-8 มิลลิเมตร ปีกคู่หน้ามีแถบสีน้ำตาลปนเทาพาดตามขวางโค้งไปมา ปีกคู่หลังมีสีน้ำตาลอ่อนปนเทา ตัวเต็มวัยมีอายุอยู่ได้ 7-10 วัน
 หนอนเจาะยอดกะหล่ำจะทำความเสียหายให้กับผักตระกูลกะหล่ำ โดยตัวหนอนจะเจาะเข้าทำลายดอก ทำให้ยอดชะงักการเจริญเติบโต หนอนจะเจาะก้านดอกกัดกินดอกอ่อน ตาอ่อน หรือเจาะเข้าไปทำลายในผัก หนอนที่ออกจากไข่ใหม่ๆ อาจเจาะเข้าไปทำลายผักใต้ผิวใบหรืออาจเจาะเข้าไปในส่วนของตาดอก บางครั้งจะเจาะเข้าไปในส่วนของตาดอก บางครั้งจะเจาะเข้าไปกินภายในส่วนของลำต้น เห็นรอยกัดกินเป็นทาง เราอาจพบมูลตามลำต้นและใบ โดยหนอนจะกัดใบคลุมตัวเองและจะกัดกินอยู่ภายใน
หนอนคืบกะหล่ำ  มีชื่อวิทยาศาสตร์ Trichoplusia ni  ตัวเต็มวัยเป็นผีเสื้อขนาดกลางกางปีกเต็มที่ยาว 3 เซนติเมตร สีเทาดำ กลางปีกคู่หน้ามีจุดสีขาวข้างละ 1 จุด แม่ผีเสื้อจะวางไข่สีขาวนวลใต้ใบเม็ดกลมเล็กๆ ไข่จะถูกวางเดี่ยวๆ ทั่วไป ไข่มีอายุ 3 วันจึงฟักออกเป็นตัวหนอน หนอนที่มีขนาดเล็กจะแทะผิวใบด้านล่าง หนอนในระยะนี้มีสีใส ต่อมามีสีเข้มขึ้น เมื่อโตเต็มที่มีสีซีดลง มีสีขาวพาดยาว หนอนเมื่อโตเต็มที่ยาว 4 เซนติเมตร อายุหนอนประมาณ 2 สัปดาห์ จึงเข้าดักแด้ ดักแด้จะอยู่ใต้ใบคลุมด้วยใยบางๆ สีขาว ดักแด้ในระยะแรกจะมีสีเขียวอ่อน ต่อมามีบางส่วนเป็นสีน้ำตาล มีขนาดยาวเกือบ 2 เซนติเมตร อายุดักแด้ประมาณ 1 สัปดาห์ จึงเข้าระยะตัวเต็มวัย ซึ่งตัวเต็มวัยมีชีวิตอยู่ได้ประมาณ 1 สัปดาห์ หนอนคืบกะหล่ำเป็นหนอนที่กินจุ จะเข้าทำลายคะน้าในระยะที่เป็นตัวหนอนโดยจะกัดกินเนื้อใบจนขาดและมักจะเหลือเส้นใบไว้ หนอนชนิดนี้เมื่อเกิดระบาดแล้วจะแพร่กระจายไปอย่างรวดเร็วมาก



ผักกาดขาว
WHITE RADISH
โรคและแมลงศัตรูขของผักกาดขาว


โรคเหี่ยวของผักกาดขาว  สาเหตุเกิดจากเชื้อรา Fusarium oxysporum  ผักจะมีใบล่างเหลืองและเริ่มเหี่ยว สังเกตได้ง่ายคือ มีใบล่างเหี่ยวแห้งซีกใดซีกหนึ่ง ทำให้ใบเบี้ยวงอไปข้างที่ใบเหี่ยว ต่อมาใบทางซีกนั้นจะเหี่ยวเพิ่มขึ้นและเหี่ยวทั่วต้นในเวลาต่อมาหรือผักเจริญเติบโตแต่เพียงซีกเดียวก่อนแล้วเหี่ยวตาย เมื่อถอนดูรากจะขาดหลุดจากลำต้นเพราะผุเปื่อยเป็นสีน้ำตาล ผักกาดขาวที่ปลูกในสภาพดินเหนียวและดินทรายมักพบโรคนี้มาก
โรคเน่าคอดิน  สาเหตุเกิดจากเชื้อรา Pythium sp.  เป็นโรคที่เกิดเฉพาะในแปลงเพาะกล้าเท่านั้น สาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดโรคได้ง่าย คือ การหว่านกล้าที่แน่นทึบ อับลม และต้นเบียดกันมาก ต้นกล้าจะเกิดอาการเป็นแผลช้ำที่โคนต้นในระดับดิน เนื้อเยื่อตรงแผลเน่าและแห้งไปอย่างรวดเร็ว ถ้าถูกแสงแดดทำให้ต้นกล้าหักพับต้นจะเหี่ยวแห้งตายในเวลารวดเร็ว ต้นกล้าจะค่อยๆ เหี่ยวแห้งตายและขยายบริเวณออกไปเป็นวงกลม
โรคใบด่างของผักกาดขาว  สาเหตุเกิดจากเชื้อไวรัส Turnip mosaic ผักกาดขาวที่เป็นโรคนี้จะแสดงอาการใบด่างเขียวสลับเขียวเหลืองแคระแกร็น ใบมีขนาดเล็กลง ตามบริเวณเส้นใบจะพบเป็นสีม่วงปะปนอยู่ เมื่อเป็นโรครุนแรงขึ้นใบจะเปลี่ยนเป็นสีเขียวเหลืองทั้งใบ และมีลักษณะบิดงอเล็กน้อยในบางครั้งใบจะเรียวยาวม้วนงอและเนื้อใบมีน้อยกว่าปกติ
หนอนกระทู้ผัก  ลักษณะ เป็นหนอนผีเสื้อชนิดหนึ่ง ซึ่งแม่ผีเสื้อจะมาวางไข่ไว้บนใบพืช ไข่จะมีเป็นร้อยฟอง เกาะกันเป็นกลุ่มคลุมด้วยขนสีฟางข้าว หนอนประเภทนี้ จะมีผิวหนังเรียบ ลำตัวอ้วน มีลายสีดำ ตัวโตเต็มที่ประมาณ 3-4 ซม. เคลื่อนไหวได้ไม่เร็วนัก หนอนที่ฟักออกจากไข่ใหม่ๆ จะอยู่กันเป็นกลุ่ม และช่วยกันแทะกินผิวใบ เมื่อโตจะทำลายดอก และฝักของพืช ทำให้เป็นรอยเจาะ หนอนกระทู้ผักสามารถระบาดได้ทุกฤดูกาล


    
ผักบุ้งไทย-จีน
THAI MORNING GLORY
CHINESE MORNING GLORY
โรคและแมลงศัตรูของผักบุ้ง


โรคราสนิมขาว  สาเหตุเกิดจากเชื้อรา Albugo ipomoea-aquaticae Sawada  ต้นผักบุ้งที่เป็นโรคจะมีจุดสีเหลืองซีดด้านบนของใบ ด้านใต้ใบตรงกันข้ามจะเป็นตุ่มนูนเล็กๆ ขนาด 1-2 มิลลิเมตร อาจพบลักษณะปุ่มปมหรือบวมพองโตขึ้นในส่วนของก้านใบและลำต้น
โรคใบไหม้  สาเหตุเกิดจากเชื้อแบคทีเรีย Xanthomonas compestris pv.  ต้นพืชที่เป็นโรคจะเกิดจุดตุ่มใสเล็กๆ ใต้ใบ ต่อมาจุดแผลจะขยายออกกลายเป็นสีน้ำตาล-สีดำ ฉ่ำน้ำ ใบจะเหลืองซีดและแห้งเหี่ยวร่วงหล่นจากต้น
เพลี้ยอ่อน  มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Lipaphis erysimi  แพร่พันธุ์ได้โดยที่เพศเมียไม่ต้องผ่านการผสมพันธุ์ ตัวอ่อนเมื่อออกจากตัวแม่ใหม่ๆ จะมีขนาดเล็กมาก ต้องส่องดูด้วยกล้องจุลทรรศน์ ลำตัวมีสีเหลืองอ่อน นัยน์ตาสีดำ ขาทั้ง 3 คู่สีเหลืองอ่อน หนวดสั้น ระยะเป็นตัวอ่อนจะมีการลอกคราบ 4 ครั้ง มีอายุประมาณ 5-6 วัน หลังจากนั้นก็จะเป็นตัวเต็มวัย ตัวเต็มวัยก็จะมีลักษณะคล้ายตัวอ่อน มีทั้งแบบมีปีกและไม่มีปีก ระยะตัวเต็มวัยมีชีวิตอยู่ประมาณ 6-18 วัน ตัวเต็มวัยตัวหนึ่งสามารถออกลูกได้ตลอดชีวิตประมาณ 75 ตัว
ผีเสื้อหัวกะโหลก  ผีเสื้อหัวกะโหลก จะวางไข่สีเขียวเป็นใบเดี่ยวตามใบพืช มีระยะฟักไข่ประมาณ 5 วัน ออกเป็นตัวหนอนกัดกินใบ มีลักษณะดังนี้คือ มีสีเขียวมีแถบสีเหลืองขอบฟ้าข้างลำตัว ขนาดโตเต็มที่ 10-12 เซนติเมตร ซึ่งระยะการเป็นตัวหนอนนี่เองที่ตัวหนอนจะเข้าทำลายผักบุ้ง โดยการกัดกินใบผัก หนอนผีเสื้อหัวกะโหลกจะมีช่วงระยะการเป็นตัวหนอนประมาณ 3 สัปดาห์ จากนั้นจะเข้าดักแด้ในดินระยะดักแด้นานประมาณ 2 สัปดาห์ ตัวแก่จะเป็นผีเสื้อสีน้ำตาล



ผักกาดหอม
LETTUCE
โรคและแมลงศัตรูของผักกาดหอม


โรคเน่าเละ  สาเหตุเกิดจากเชื้อแบคทีเรีย Erwinia sp. อาการจะเริ่มจากแผลรอยช้ำเล็กๆ เป็นจุดฉ่ำน้ำ ต่อมาแผลจะขยายตัว เนื้อเยื่อของพืชส่วนนั้นจะอ่อนยุบตัวลงและเน่าอย่างรวดเร็ว มีเมือกเยิ้ม มีกลิ่นแรงมาก หลังจากนั้นผักจะเน่ายุบตายไปทั้งต้น
โรคใบจุดของผักกาดหอม  สาเหตุเกิดจากเชื้อรา Cercospora longissima อาการมักพบที่ใบแก่และใบล่างของต้น โดยเริ่มแรกจะเกิดเป็นจุดเล็กๆ สีน้ำตาลโดยเริ่มจากขอบใบ แล้วต่อมาแผลจะขยายสู่ส่วนกลางของใบ ขอบแผลมีสีน้ำตาลเข้ม ส่วนกลางของแผลจะแห้งและเป็นจุดสีฟางข้าวทำให้ดูคล้ายตากบ เมื่อแผลลุกลามรวมกันมากๆ จะทำให้เกิดอาการใบไหม้ทั้งใบ
เพลี้ยอ่อน  มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Lipaphis erysimi แพร่พันธุ์ได้โดยไม่ต้องผสมพันธุ์ ตัวอ่อนเมื่อออกจากตัวแม่ใหม่ๆ จะมีขนาดเล็กมากจนมองไม่เห็น ลำตัวมีสีเหลืองอ่อน นัยน์ตาสีดำ ขาทั้ง 3 คู่สีเหลืองอ่อน หนวดสั้น ระยะเป็นตัวอ่อนมีอายุประมาณ 5-6 วัน จึงเป็นตัวเต็มวัย ซึ่งจะมีทั้งแบบมีปีกและไม่มีปีก ระยะตัวเต็มวัยมีชีวิตอยู่ได้ประมาณ 6-18 วัน ทั้งตัวอ่อนและตัวเต็มวัยของเพลี้ยอ่อนจะดูดกินน้ำเลี้ยงจากพืชทั้งส่วนยอดใบอ่อน ใบแก่ และช่อดอก ทำให้ยอดและใบหงิกงอ และต่อมาพืชก็จะเหี่ยว ใบที่ถูกทำลายจะมีสีเหลืองและร่วงหล่น ลำต้นจะแคระแกร็น ถ้ากินช่อดอกจะทำให้ดอกร่วงหล่นหลุดไปจากต้นและทำให้ผลผลิตลดลง
หนอนคืบกะหล่ำ  มีชื่อวิทยาศาสตร์ Trichoplusia ni  ตัวเต็มวัยเป็นผีเสื้อขนาดกลางกางปีกเต็มที่ยาว 3 เซนติเมตร สีเทาดำ กลางปีกคู่หน้ามีจุดสีขาวข้างละ 1 จุด แม่ผีเสื้อจะวางไข่สีขาวนวลใต้ใบเม็ดกลมเล็กๆ ไข่จะถูกวางเดี่ยวๆ ทั่วไป ไข่มีอายุ 3 วันจึงฟักออกเป็นตัวหนอน หนอนที่มีขนาดเล็กจะแทะผิวใบด้านล่าง หนอนในระยะนี้มีสีใส ต่อมามีสีเข้มขึ้น เมื่อโตเต็มที่มีสีซีดลง มีสีขาวพาดยาว หนอนเมื่อโตเต็มที่ยาว 4 เซนติเมตร อายุหนอนประมาณ 2 สัปดาห์ จึงเข้าดักแด้ ดักแด้จะอยู่ใต้ใบคลุมด้วยใยบางๆ สีขาว ดักแด้ในระยะแรกจะมีสีเขียวอ่อน ต่อมามีบางส่วนเป็นสีน้ำตาล มีขนาดยาวเกือบ 2 เซนติเมตร อายุดักแด้ประมาณ 1 สัปดาห์ จึงเข้าระยะตัวเต็มวัย ซึ่งตัวเต็มวัยมีชีวิตอยู่ได้ประมาณ 1 สัปดาห์ หนอนคืบกะหล่ำเป็นหนอนที่กินจุ จะเข้าทำลายคะน้าในระยะที่เป็นตัวหนอนโดยจะกัดกินเนื้อใบจนขาดและมักจะเหลือเส้นใบไว้ หนอนชนิดนี้เมื่อเกิดระบาดแล้วจะแพร่กระจายไปอย่างรวดเร็วมาก



กะหล่ำดอก
CAULIFLOWER
โรคและแมลงศัตรูของกะหล่ำดอก


โรครากปมของกะหล่ำ  สาเหตุเกิดจากไส้เดือนฝอยชนิด Meloidegyne sp. จะทำให้ต้นกะหล่ำดอกแคระแกร็นไม่ค่อยเจริญเติบโต เมื่อขุดรากขึ้นมาตรวจดูจะพบว่าบริเวณรากแขนงและรากฝอยมีลักษณะบวมเป็นปมขนาดต่างๆ ทำให้รากไม่สามารถหาอาหารได้ตามปกติ นอกจากนี้ไส้เดือนฝอยตัวเมียที่เข้าไปอยู่ในผมจะไปแย่งอาหารจากพืชด้วยทำให้ลำต้นแคระแกร็นไม่เจริญเติบโต
โรคเน่าดำ  สาเหตุเกิดจากเชื้อแบคทีเรียชื่อ Xanthomonas campestris ใบจะมีสีเหลืองและแห้ง จากนั้นจะปรากฏสีดำบนเส้นใบ มักพบในระยะที่กะหล่ำดอกกำลังเจริญเติบโต ทำให้กะหล่ำดอกชะงักการเจริญเติบโต แคระแกร็น หากทำการผ่าตามขวางของลำต้นจะพบวงสีน้ำตาบดำบนเนื้อเยื่อของพืชและต้นอาจตายได้
โรคเน่าเละของกะหล่ำดอก  สาเหตุเกิดจากเชื้อแบคทีเรีย Erwinia carotovara โรคนี้มีแมลงวันเป็นพาหะ อาการในระยะแรกจะพบเป็นจุดช้ำหรือฉ่ำน้ำที่บริเวณดอกต่อมาจุดเหล่านี้ขยายออก เปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลถึงดำ เนื้อเยื่อบริเวณแผลมีลักษณะเป็นเมือกเยิ้มมีกลิ่นเหม็น เมื่อเป็นมากๆ ทำให้ดอกเกิดอาการเน่าและเป็นสีน้ำตาลดำไปทั้งดอก และโรคนี้จะแพร่ไปยังต้นที่อยู่ใกล้เคียง
หนอนใยผัก  มีชื่อวิทยาศาสตร์ Plutella xylostella  เป็นหนอนที่มีขนาดเล็กที่สุดในบรรดาหนอนผีเสื้อศัตรูผัก ชอบวางไข่ตามใต้ใบเป็นฟองเดี่ยวๆ หรือเป็นกลุ่มติดกัน 2-5 ฟอง ไข่มีขนาดเล็กมากค่อนข้างแบนและยาวรี ไข่มีสีเหลืองอ่อนเป็นมัน มีผิวขรุขระ ระยะการเป็นไข่ 2-3 วัน เมื่อไข่ใกล้ฟักออกเป็นตัวหนอนจะมีสีเหลืองเข้ม ตัวหนอนมีขนาดค่อนข้างเล็กมากเห็นยาก มีการเจริญเติบโตรวดเร็วกว่าหนอนอื่น เพียงแค่ 1 สัปดาห์ ก็จะโตเต็มที่มีขนาด 1 เซนติเมตร ส่วนท้ายมีปุ่มยื่นออกมา 2 แฉก ลำตัวอาจเป็นสีเขียวปนเทาอ่อน หรือเขียวปนเหลือง สามารถสร้างใยพาตัวเองขึ้นลงระหว่างพื้นดินกับต้นพืช ดักแด้มีขนาด 1 เซนติเมตร อยู่ภายในใยบางๆ ติดใต้ใบ อายุดักแด้ 3-4 วัน ส่วนตัวเต็มวัยเป็นผีเสื้อกลางคืนมีสีเทา หลังมีแถบสีเหลืองเข้ม มีอายุอยู่ได้ไม่เกิน 1 สัปดาห์ ตัวหนอนจะกัดกินผิวด้านล่างใบจนเกิดเป็นรูพรุนและมักเข้าไปกัดกินใบยอดผักที่กำลังเจริญเติบโต ทำให้ผักได้รับความเสียหายสามารถทำลายผักในตระกูลกะหล่ำเกือบทุกชนิด เช่น คะน้า กะหล่ำปลี กะหล่ำดอก และผักกาดต่างๆ



ถั่วฝักยาว
LONG BEAN
โรคและแมลงของถั่วฝักยาว


โรคที่เกิดจากเชื้อรา Cercospora sp.  จะมีอาการที่ด้านใต้ใบ โดยจะเห็นเป็นจุดสีสนิมหรือน้ำตาลแดง จุดมีขนาดเล็ก ใบที่เป็นโรคมากจะมองเห็นเป็นผงสีน้ำตาลแดง โรคนี้มักจะเกิดกับใบแกทางตอนล่างของลำต้นก่อน แล้วลามขึ้นด้านบน มักจะเริ่มพบเมื่อต้นถั่วอยู่ในระยะออกดอก ถ้าเป็นรุนแรงมากจะทำให้ใบแห้งร่วงหล่นไป
โรคที่เกิดจากเชื้อรา Uromyces fabae Pers  อาการจะมองเห็นได้ชัดด้วยตาเปล่า โดยส่วนบนของใบมองเห็นคล้ายมีผงแป้งจับอยู่ ถ้าอาการไม่มากนัก ผงแป้งนี้จะเกาะอยู่บนใบเป็นกลุ่มๆ แต่ถ้าเป็นมากจะเห็นผิวใบถูกเคลือบอยู่ด้วยผงแป้งเหล่านี้ อาการที่รุนแรงจะทำให้ใบเหลืองและร่วง โรคนี้มักจะไม่ทำให้ต้นตายอย่างรวดเร็วกว่าปกติ
โรคที่เกิดจากเชื้อรา Oidium sp.  อาการจะเกิดที่ใบ โดยใบจะด่างเหลืองมากน้อยแตกต่างกันไปตามสภาพแวดล้อม จะมองเห็นได้ชัดเจนบนใบแก่สีเขียวเข้มสลับกับสีเหลือง หรือด่างเป็นลาย บางครั้งสีเหลืองอ่อนเกือบเป็นสีขาวสลับกับสีเขียวแก่ของใบ มีทั้งชนิดลายแล้วใบเป็นคลื่นและด่างลายใบเรียบใบอาจจะม้วนงอหรือแผ่ตามปกติ ในกรณีที่เป็นโรคอย่างรุนแรง โดยเฉพาะในระยะต้นอ่อนและตายในที่สุด
หนอนเจาะต้นถั่ว และหนอนเจาะฝัก  หนอนเหล่านี้ จะเข้ากัดกิน ทำให้ใบและกิ่งของถั่วฝักยาวแห้งตาย เถาบวมพอง ปริแตกออกเป็นสีน้ำตาล เจริญเติบโตช้า หรืออาจจะไม่เจริญเติบโตเลย ฝักถั่วจะถูกกัดเจาะเป็นรู ทำให้ฝักลีบ ไม่สวย และขายได้ราคาต่ำ


    
มะเขือพวง-มะเขือเปาะ
DEVIL'S FIG - THAI EGG PLANT
โรคและแมลงศัตรูของมะเขือ


โรคใบด่าง  สาเหตุของโรคเกิดจากเชื้อ Cucumber mosaic virus  ลักษณะอาการ ใบด่างสีเขียวเข้มสลับสีเขียวอ่อนหรือด่างเขียวสลับเหลืองเนื้อใบตะปุ่มตะป่ำ มีลักษณะนูนเป็นระยะๆ ใบหงิกเสียรูปร่าง
โรคฝักจุดหรือโรคแอนแทรคโนส  สาเหตุเกิดจากเชื้อรา colletotrichum spp.  ลักษณะอาการ โรคนี้จะเข้าทำลายร่วมกับโรคที่เกิดจากเชื้อ Alternaria sp. แต่ลักษณะอาการของโรคแอนแทรคโนสจะรุนแรงกว่า ทำให้เกิดแผลสีดำหรือน้ำตาลเข้ม เป็นขีดๆ สั้นๆ ไม่กลมเหมือนแผลของโรคที่เกิดจากเชื้อ Alternaria sp. แผลกระจายทั่วไปบนผล ขอบแผลจะมีรอยช้ำคล้ายน้ำร้อนลวก แผลจะบุ๋มหรือยุบตัวลงไปจากเนื้อเยื่อของฝัก
โรคผลเน่า  สาเหตุเกิดจากเชื้อ Pythium spp., Rhizoctonia solani, Botrytis cinerea  ลักษณะอาการ มักเกิดกับผลที่สัมผัสดินและผลที่แมลงกัดหรือเจาะทำให้เกิดแผลก่อน จะพบมากในสภาพที่เย็นและชื้น กรณีที่เกิดจากเชื้อพิเที่ยมจะเป็นแผลฉ่ำน้ำเริ่มจากส่วนปลายผล ถ้ามีความชื้นสูงจะมีเส้นใยฟูสีขาวขึ้นคลุม กรณีที่เกิดจากเชื้อไรซ๊อกโทเนียจะเป็นแผลเน่าฉ่ำน้ำบริเวณผิวของผลที่สัมผัสดิน แผลจะเปลี่ยนจากสีน้ำตาลแก่และมีรอยฉีกของแผลด้วย ส่วนกรณีที่เกิดจากเชื้อโบทริทิสนั้น บริเวณส่วนปลายของผลที่เน่า จะมีเชื้อราขึ้นคลุมอยู่
เพลี้ยไฟ  ลักษณะ ตัวอ่อนและตัวเต็มวัยมีลักษณะคล้ายกัน แต่ตัวอ่อนไม่มีปีก ตัวเต็มวัยมีขนาดไม่เกิน 1.5 ซม. สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า



มะเขือเทศ
TOMATO
โรคและแมลงศัตรูของมะเขือเทศ


โรคใบจุด  สาเหตุเกิดจากเชื้อรา Corynespora cassiicola  อาการของโรคนี้ใกล้เคียงกับโรคใบจุดวงมาก แต่แผลบนใบมักมีขนาดเล็ก การขยายตัวของโรคใบจุดเกิดเป็นวงไม่ค่อยชัดเจน และแผลมักมีสีเหลืองล้อมรอบ อาการบนผลเป็นจุดเล็กๆ กระจายอยู่ทั่วไป แผลสีครีม หรือน้ำตาลอ่อนพบระบาดมากในภาคเหนือ โดยเฉพาะถ้ามีความชื้นสูง หรือมีฝนตกโรคจะระบาดอย่างรวดเร็ว ใบที่เป็นโรคมากๆ จะร่วงหลุดไป
โรคแห้งดำ  สาเหตุเกิดจากเชื้อรา Stemphylium sp.  อาการจะเริ่มต้นจากจุดเหลี่ยมเล็กๆ สีดำบนใบมะเขือเทศ เมื่ออาการรุนแรง แผลจะขยายขนาดใหญ่และมีจำนวนจุดมากขึ้น เนื้อใบเปลี่ยนเป็นสีเหลืองแห้งกรอบและดำในที่สุด แต่ส่วนของลำต้นยังเขียวอยู่ ไม่พบอาการบนลำต้นและแผล โรคนี้สามารถติดมากับเมล็ดพันธุ์ได้ การระบาดจะเกิดได้รุนแรงและรวดเร็วเมื่อมีความชื้นและอุณหภูมิสูง
โรคใบไหม้  สาเหตุเกิดจากเชื้อรา Phytophthora infestans  จะพบจุดฉ่ำน้ำสีเขียวเข้มเหมือนใบถูกน้ำร้อนลวก ปรากฏอยู่บนใบส่วนล่างๆ ของต้นก่อน รอยช้ำนี้จะขยายขนาดออกไปอย่างรวดเร็วทางด้านใต้ใบ โดยเฉพาะขอบๆ แผล จะสังเกตเห็นเส้นใยสีขาวอยู่รอบๆ รอยช้ำนั้น เมื่อเชื้อเจริญมากขึ้นใบจะแห้ง อาการที่กิ่งและลำต้นเป็นแผลสีดำ อาการบนผลมีรอยช้ำเหมือนถูกน้ำร้อนลวก โรคนี้พบระบาดมากทางภาคเหนือของประเทศไทยในฤดูหนาว
โรครากำมะหยี่  สาเหตุเกิดจากเชื้อรา Cladosporium fulvum  ผิวด้านบนของใบแก่จะเป็นจุดสีขาว ซึ่งขยายออกอย่างรวดเร็วและเปลี่ยนเป็นสีเหลืองใต้ใบบริเวณที่เห็นเป็นสีเหลือง มีขุยสีกำมะหยี่ เมื่อโรคระบาดรุนแรงมากขึ้นใบจะแห้ง โรคนี้จะพบมากในมะเขือเทศที่ปลูกในฤดูฝน หรือมีฝนตกระหว่างฤดูปลูกปกติ



แตงกวา
CUCUMBER
โรคและแมลงศัตรูของแตงกวา


โรคราน้ำค้าง  เกิดจากเชื้อ Psudoperonospora บางที่เรียกว่าโรคใบลาย อาการเริ่มจากเป็นจุดสีเหลืองบนใบ แผลนั้นจะขยายออกเป็นเหลี่ยมในระหว่างเส้นใบ ถ้าเป็นมากๆ แผลลามไปทั้งใบทำให้ใบแห้งตาย จะพบว่าใต้ใบตรงตำแหน่งของแผลจะมีเส้นใยสีขาวเกาะเป็นกลุ่มและมีสปอร์เป็นผงสีดำ
โรคใบด่าง  เกิดจากเชื้อ Cucumber mosaic virus มีอาการใบด่างสีเขียวเข้มสลับสีเขียวอ่อนหรือด่างเขียวสลับเหลือง เนื้อใบตะปุ่มตะป่ำมีลักษณะนูนเป็นระยะๆ ใบหงิกเสียรูปร่าง
โรคผลเน่า  เกิดจากเชื้อ Pythium spp., Rhizoctonia solani, และ Botrytis cinerea มักเกิดกับผลที่สัมผัสดิน และผลที่แมลงกัดหรือเจาะทำให้เกิดแผลก่อน จะพบมากในสภาพที่เย็น และชื้น กรณีที่เกิดจากเชื้อพิเที่ยมจะเป็นแผลฉ่ำน้ำเริ่มจากส่วนปลายผล ถ้ามีความชื้นสูงจะมีเส้นใยฟูสีขาวขึ้นคลุม กรณีที่เกิดจากเชื้อไรซ๊อกโทเนียจะเป็นแผลเน่าฉ่ำน้ำบริเวณผิวของผลที่สัมผัสดิน แผลจะเปลี่ยนจากสีน้ำตาลแก่และมีรอยฉีกของแผลด้วย ส่วนกรณีที่เกิดจากเชื้อโบทริทิสนั้น บริเวณส่วนปลายของผลที่เน่า จะมีเชื้อราขึ้นคลุมอยู่
โรคราแป้ง  เกิดจากเชื้อ Oidium sp.  มักเกิดใบล่างก่อนในระยะที่ผลโตแล้วบนใบจะพบราสีขาวคล้ายผงแป้งคลุมอยู่เป็นหย่อมๆ กระจายทั่วไป เมื่อรุนแรงจะคลุมเต็มผิวใบทำให้ใบเปลี่ยนเป็นสีเหลืองแล้วแห้งตาย
เพลี้ยไฟ  ลักษณะ เป็นแมลงขนาดเล็ก ตัวสีน้ำตาลอ่อนถึงน้ำตาลแก่ พบตามยอดใบอ่อน ดอก และผลอ่อน เพลี้ยไฟจะดูดน้ำเลี้ยงที่ใบ ดอกอ่อน และยอดอ่อน ทำให้ใบม้วนหงิกงอ รูปร่างผิดปกติเป็นกระจุก มีสีสลับเขียวเป็นทาง ระบาดมากในช่วงที่มีอากาศแห้งแล้วฝนทิ้งช่วง นับเป็นแมลงที่เป็นปัญหาสำคัญที่สุดในการปลูกแตงกวา
เพลี้ยอ่อน  เป็นแมลงขนาดเล็ก ลำตัวคล้ายผลฝรั่ง มีท่อเล็กๆ ยื่นยาวออกไปทางส่วนท้ายของลำตัว 2 ท่อน เป็นแมลงปากดูด ตัวอ่อนสีเขียวตัวแก่สีดำและมีปีก



หน่อไม้ฝรั่ง
ASPARAGUS
โรคและแมลงศัตรูของหน่อไม้ฝรั่ง


โรคลำต้นไหม้  เกิดจากเชื้อราโฟมอบซิส ลักษณะอาการจะสังเกตเห็นลำต้นเป็นแผลไหม้สีน้ำตาล รูปยาวรี คล้ายรูปไข่ เป็นแนวเดียวกับลำต้น ต้นจะทรุดโทรมและแห้งตายไปในที่สุด และยังเกิดขึ้นได้กับส่วนของกิ่งก้านและใบ การแพร่ระบาดของโรคเป็นไปได้ง่ายและรวดเร็วในฤดูฝนเพราะมีความชื้นในอากาศสูง เชื้อราจะแพร่กระจายไปยังต้นปกติที่อยู่บริเวณใกล้เคียง เมื่อถูกน้ำชะหรือปลิวไปตามลม
โรคลำต้นไหม้ที่เกิดจากเชื้อเซอคอสปอร่า  เกิดจากเชื้อราอีกชนิดหนึ่ง ลักษณะอาการจะสังเกตเห็นแผลสีม่วงอมน้ำตาลหรือสีม่วงแดง ขอบแผงไม่สม่ำเสมอ กลางแผลสีเทาสีส่วนของเชื้อรา เป็นจุดเล็กๆ กระจายอยู่ตรงกลาง บางครั้งแผลจะขยายใหญ่ติดกัน แต่มีขนาดเล็กกว่าโรคลำต้นไหม้ที่กล่าวมาข้างต้น โรคนี้เป็นได้ทุกส่วนของต้น แต่มักเกิดมากที่ปลายกิ่งและใบ ทำให้กิ่งแห้งตายและใบร่วงหล่น การแพ่ระบาดจะมีลมหรือน้ำเป็นตัวพาไป โรคนี้มักระบาดในสภาพที่มีความชื้นสูง
โรคแอนแทรคโนส  เกิดจากเชื้อรา โดยจะพบแผลสีฟางข้าว รูปไข่ กว้างประมาณ 10 มม. ยาวประมาณ 30-35 มม. แผลจะยุบตัวหรือเป็นรอยบุ๋มเข้าไปในเนื้อเยื่อพืชเล็กน้อย และพบส่วนของเชื้อราเป็นจุดหรือตุ่มเล็กๆ สีดำเรียงซ้อนกันเป็นวงหรือเป็นชั้นๆ ส่วนมากมักพบโรคที่บริเวณโคนต้น จึงทำให้ลำต้นหักล้มได้ง่าย เชื้อราสามารถแพร่ระบาดไปกับลมหรือน้ำ
โรคเน่าเละ  เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย ซึ่งทำให้เนื้อเยื่อพืชเกิดการเน่าเละ โดยอาการดังกล่าวมักเกิดบริเวณปลายหรือยอดของหน่อ เนื้อเยื่อพืชจะนิ่มฉ่ำน้ำและลื่น มีกลิ่นเหม็นเฉพาะ
โรคเน่าเปียก  เกิดจากเชื้อรา โดยปลายยอดมีลักษณะฉ่ำน้ำสีเขียว ต่อมาจะแห้งและเหลือง บนแผลมีเส้นใยเชื้อรางอกออกมา บริเวณปลายเส้นใยสีดำมองเห็นได้ชัดเจน โรคจะแพร่ระบาดรุนแรง ถ้าอากาศมีความชื้นสูง ฝนตกชุก
หนอนกระทู้หอม  เป็นแมลงจำพวกผีเสื้อกลางคืนขนาดเล็ก เมื่อฟักออกจากไข่จะมีหลายสีแตกต่างกัน เช่น สีน้ำตาล สีน้ำตาลดำ สีเขียวอ่อน สีเทา เป็นต้น มีลำตัวอ้วนผนังลำตัวเรียบ มีแนวสีขาวพาดไปตามความยาวด้านข้างของลำตัว หนอนที่โตเต็มที่จะมีขนาดประมาณ 3 เซนติเมตร และจะย้ายมาอยู่บริเวณโคนต้น เพื่อเข้าดักแด้ในดิน หนอนชนิดนี้ จะกัดกินทุกส่วนของพืช มักพบระบาดรุนแรงในช่วงเพือนเมษายน-มิถุนายน



กระเจี๊ยบเขียว
ROSELLE
โรคและแมลงศัตรูของกระเจี๊ยบเขียว


โรคใบจุด  เกิดจากเชื้อรา Pseudocercospora abelmoschi (Ell & Ev.) Deighton อาการในระยะเริ่มแรกเชื้อราจะเข้าทำลายที่ใบล่างของลำต้นและจะลุกลามขึ้นไปสู่ยอด โดยจะมีเชื้อราสีขาวเป็นผงคล้ายแป้งเกาะติดอยู่ที่ใต้ใบ ถ้าระบาดรุนแรงจะมีสีเทาปนดำ และจะเกิดแผลสีเหลืองปนน้ำตาลด้านหน้าใบ ใบจะร่วงต้นจะทรุดโทรมอย่างรวดเร็วและแห้งตายในที่สุด โรคนี้แพร่ระบาดได้ง่าย และรวดเร็วในปลายฤดูฝน และจะยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้นในฤดูหนาว และตามแหล่งปลูกที่มีความชื้นสูง
โรคฝักจุดหรือฝักลาย  เกิดจากเชื้อรา Alternaria sp.  เชื้อราที่ติดมากับเมล็ดพันธุ์จะทำให้เกิดเป็นจุดสีดำหรือสีน้ำตาลเล็กเท่าปลายเข็มหมุดที่ผิวของฝักแผลเหล่านี้จะกระจายอยู่ทั่วไป จำนวนแผลจะเพิ่มมากขึ้นเมื่อสภาพแวดล้อมเหมาะสม เมื่อระบาดรุนแรงแผลบนฝักจะขยายมองเป็นจุดใหญ่หรือแผลติดต่อเป็นทางยาวสีน้ำตาลเข้ม โรคนี้จะแพร่ระบาดได้รวดเร็วในฤดูฝนถึงฤดูหนาว และในแหล่งที่มีความชื้นสูง
โรคแอนแทรคโนส  เกิดจากเชื้อรา Colletotrichum spp.  โรคนี้จะเข้าทำลายฝักร่วมกับโรคที่เกิดจากเชื้อ Alternaria sp. ทำให้เกิดแผลสีดำหรือน้ำตาลเข้มเป็นขีดๆ สั้นๆ แต่ถ้าเป็นแผลที่เกิดจากเชื้อ Alternaria sp. จะมีลักษณะกลม แผลจะกระจายทั่วไปบนฝัก แผลจะบุ๋มหรือยุบตัวลงไปจากเนื้อเยื่อของฝัก ขอบแผลจะมีรอยช้ำคล้ายน้ำร้อนลวก โรคนี้ระบาดได้ง่ายและรวดเร็วในแหล่งปลูกที่มีความชื้นสูง โดยเฉพาะในฤดูฝน และในฤดูหนาวที่มีหมอกและน้ำค้าง
เพลี้ยจักจั่นฝ้าย  ตัวอ่อนจะมีสีเขียวอมเหลือง ส่วนตัวเต็มวัย มีสีเขียวจาง ปีกโปร่งใส ขนาดประมาณ 2 มิลลิเมตร ทั้งตัวอ่อนและตัวเต็มวัยจะดูดกินน้ำเลี้ยงจากใบ ทำให้ขอบใบเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล ใบจะเหี่ยวแห้งและร่วงในที่สุด มักระบาดมากระหว่างฝนตกทิ้งช่วงนานๆ


    
บวบงู-บวบเหลี่ยม
SNAKE LUFFA-LUFFA
โรคและแมลงของบวบ


โรคราน้ำค้าง หรือโรคใบลาย  สาเหตุเกิดจากเชื้อ Psudoperonospora อาการ คือ จะเริ่มเป็นจุดสีเหลืองบนใบ และจะขยายออกเป็นเหลี่ยมในระหว่างเส้นใบ และบริเวณใต้ใบที่ตำแหน่งของแผลจะมีเส้นใยสีขาวเกาะเป็นกลุ่มและมีสปอร์เป็นผงสีดำ ถ้าเป็นมากๆ แผลจะลามไปทั้งใบทำให้ใบแห้งตาย
เต่าแตงแดง และเต่าแตงดำ  เต่าแตงแดง มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Aulacophola similis และเต่าแตงดำ มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Aulacophola frontalis เป็นแมลงปีกแข็ง ปีกมีสีส้มแดงและสีดำเข้ม เต่าแตงตัวเมียวางไข่เดี่ยวๆ เป็นกลุ่มเล็กๆ อายุไข่ 8-15 วัน อายุตัวอ่อน 18-35 วัน อายุดักแด้ 4-14 วัน ตัวอ่อนอาศัยอยู่ในดิน เป็นหนอนสีขาวยาว ตัวเต็มวัยมีขนาดเล็กยาวประมาณ 0.8 เซนติเมตร ปีกคู่แรกแข็งเป็นมัน ลำตัวค่อนข้างยาวเคลื่อนไหวช้า ตัวเต็มวัยของเต่าแตงสามารถมีอายุได้ถึง 100 วัน อาศัยอยู่ตามกอข้าวที่เกี่ยวแล้วในนา หรือตามกอหญ้า มักจะในเวลากลางวันที่มีแดดจัด ตัวอ่อนของเต่าแตงจะกัดกินราก ตัวเต็มวัยจะกัดกินใบตั้งแต่ระยะใบเลี้ยงจนกระทั่งต้นโต ทำให้เป็นแผลและเป็นพาหนะของโรคเหี่ยวที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรียด้วย บวบที่ถูกเต่าแตงเข้าทำลายจะทำให้ผลผลิตลดลงและผลมีขนาดเล็กลง


    
กะเพรา-โหระพา
BASIL LEAVES SWEET BASIL LEAVE


    
สะระแหน่-แค
PEPPERMINT-SESBAN


    
ขิง-ข่า
GINGER-GALANGA
ข่าเป็นพืชที่ปลูกง่าย ไม่มีโรคและแมลงศัตรูรบกวน


    
พริกขี้หนู-พริกชี้ฟ้า
CHILI
โรคและแมลงศัตรูของพริก


โรคแอนแทรคโนส  สาเหตุเกิดจากเชื้อรา Colletotrichum spp.  โรคนี้จะเข้าทำลายฝักร่วมกับโรคที่เกิดจากเชื้อ Alternaria sp. ทำให้เกิดแผลสีดำหรือน้ำตาลเข้ม เป็นขีดๆ สั้นๆ แต่ถ้าเป็นแผลที่เกิดจากเชื้อ Alternaria sp. จะมีลักษณะกลม แผลจะกระจายทั่วไปบนฝัก แผลจะบุ๋มหรือยุบตัวลงไปจากเนื้อเยื่อของฝัก ขอบแผลจะมีรอยช้ำคล้ายน้ำร้อนลวก โรคนี้ระบาดได้ง่ายและรวดเร็วในแหล่งปลูกที่มีความชื้นสูง โดยเฉพาะในฤดูฝน และฤดูหนาวที่มีหมอกและน้ำค้าง และสามารถที่จะแพร่ไปกับน้ำที่ใช้รพหรือปลิวไปตามลมได้ จึงทำให้ระบาดไปได้อย่างรวดเร็ว
โรคเหี่ยวจากเชื้อรา หรือโรคหัวโกร๋น  สาเหตุเกิดจากเชื้อรา ทำให้ใบพริกเหี่ยว โดยจะเริ่มเหี่ยวจากใบล่างขึ้นไปยังใบบน จนทำให้ต้นเหี่ยวตาย



หอมหัวใหญ่
ONION
โรคและแมลงศัตรูหอมหัวใหญ่


โรคแอนแทรคโนส  สาเหตุเกิดจากเชื้อรา เชื้อราจะเข้าทำลายทุกส่วนของพืช เช่น ที่ใบ คอ หรือส่วนหัว ทำให้เกิดเป็นแผล ซึ่งเนื้อแผลเป็นแอ่งต่ำกว่าระดับผิวปกติเล็กน้อย บนแผลมีสปอร์ของเชื้อราเป็นหยดของเหลวสีส้มอมชมพู ซึ่งเมื่อแห้งแล้วจะเป็นตุ่มสีดำเล็กๆ เรียงเป็นวงรีซ้อนกันหลายชั้น โรคนี้ทำให้ใบเน่าเสียหาย ต้มหอมแคระแกร็น ใบบิดโค้งงอ หัวลีบยาว เลื้อย ไม่ลงหัว ระบบรากสั้น ทำให้ต้นหอมเน่าเสียหายในแปลงปลูก เก็บเกี่ยวไม่ได้ หรือไปเน่าเสียในช่วงเก็บรักษา มักจะพบระบาดรุนแรงในฤดูฝน หรือภายหลังฝนตกในฤดูหนาว ซึ่งอาจจะทำให้เกิดความเสียหาย 50-100%
โรคใบไหม้  สาเหตุเกิดจากเชื้อบักเตรี ใบหอมจะเป็นแผลฉ่ำน้ำ ซึ่งในตอนเช้าตรู่จะพบหยดน้ำเล็กๆ เกาะอยู่บนแผล แผลนี้จะแห้งเมื่อถูกแสงแดดตอนสาย แผลบนใบเป็นรูปรี หัวท้ายแหลม เนื้อเยื่อตรงกลางโปร่งใส มีขอบแผลฉ่ำน้ำ ถ้าเป็นมากแผลจะมีขนาดใหญ่ ทำให้ใบหักพับลง แล้วใบหอมทั้งใบจะเหี่ยวมีสีเขียวอมเทาเหมือนถูกน้ำร้อนลวก ต่อมาเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลแห้งตายในที่สุด
โรคใบจุดสีม่วง  สาเหตุเกิดจากเชื้อรา อาการเริ่มแรกใบหอมจะเป็นจุดขาวเล็กๆ ต่อมากลายเป็นแผลใหญ่รูปไข่ สีน้ำตาปนม่วง ซึ่งมีสปอร์สีดำเป็นผงละเอียดอยู่บนแผล ขอบแผลมีสีเหลืองขนาดของแผลไม่แน่นอน ใบที่เป็นแผลจะมีปลายใบแห้ง ระบาดมากในฤดูหนาว
โรคเน่าคอดิน  สาเหตุเกิดจากเชื้อรา ต้นกล้าที่เป็นโรคจะมีปลายใบแห้งและยุบตายเป็นหย่อมๆ ถอนดูพบว่าบริเวณรากจะเน่าและมีสีน้ำตาลที่โคนต้น บริเวณคอดินมีรอยช้ำสีน้ำตาลเป็นจุดเล็กๆ ก่อน ต่อมารอยช้ำจะเพิ่มขนาดจนเต็มรอบโคนต้น ทำให้ต้นกล้าหักพับแล้วแห้งตาย
โรคราดำ  สาเหตุเกิดจากเชื้อรา จะพบโรคนี้ในโรงเก็บเพราะหอมที่เก็บเกี่ยวเมื่อเก็บไว้ในที่ๆ อากาศชื้นมักจะมีราสีดำเป็นก้อนใหญ่ ขึ้นระหว่างกาบหัวหรือระหว่างกลีบของหัวหอม เส้นใยรามีหัวสีดำ ซึ่งจะฟุ้งกระจายได้ง่าย เมื่อมีการกระทบกระเทือนเนื้อเยื่อที่ขึ้นราจะเน่าเปื่อยกินลึกเข้าไปทีละน้อย และขยายวงกว้างออกไปไม่มีขอบเขตจำกัด ส่วนมากเชื้อราจะเจริญเข้าไปทางแผลที่เกิดจากการตัดใบ ซึ่งยังไม่แห้งสนิท (เพราะเก็บก่อนแก่จัด) เป็นช่องทางให้โรคเข้าทำลายได้ง่าย หอมหัวใหญ่ที่เป็นโรคจะเน่าเสียหาย และระบาดลุกลามในระหว่างการเก็บรักษาและจำหน่าย
เพลี้ยไฟ  เป็นแมลงศัตรูหอมที่มีขนาดเล็ก ลำตัวยาวประมาณ 2 มิลลิเมตร สีน้ำตาลอ่อนถึงเข้ม ตัวแก่มีปีก เป็นแมลงที่นับว่าจะมีความสำคัญมากขึ้น แผลที่เกิดจากการทำลายของเพลี้ยไฟมักจะเป็นช่องทางให้เกิดโรคราสีม่วงเข้าทำลายได้ เพลี้ยไฟมักจะระบาดช่วงท้ายการปลูกประมาณเดือนกุมภาพันธ์-เมษายน
หนอนกระทู้หอม  ลักษณะ หนอนกระทู้หอม บางท้องที่ เรียกว่า หนอนหอม หนอนหลอดหอม หรือหนอนหนังเหนียว เป็นแมลงจำพวกผีเสื้อกลางคืนขนาดเล็ก ไข่จะเกาะเป็นกลุ่มสีขาว เมื่อฟักออกจากไข่จะมีหลายสีแตกต่างกัน เช่น สีน้ำตาล สีน้ำตาลดำ สีเขียวอ่อน สีเทา เป็นต้น มีลำตัวอ้วนผนังลำตัวเรียบ มีแนวสีขาวพาดไปตามความยาวด้านข้างของลำตัว หนอนที่โตเต็มที่จะมีขนาด ประมาณ 3 เซนติเมตร และจะย้ายมาอยู่บริเวณโคนต้น เพื่อเข้าดักแด้ในดิน หนอนชนิดนี้ จะกัดกินทุกส่วนของพืช เช่น กิ่ง ก้าน ใบ และฝัก มักพบระบาดรุนแรงในช่วงเดือนเมษายน-มิถุนายน ในแหล่งปลูกผักทั่วไปและเนื่องจากหนอนชนิดนี้สามารถกินพืชได้หลายชนิด จึงพบระบาดได้ทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นในพืชตระกูลกะหล่ำ หน่อไม้ฝรั่ง หอม มันเทศ องุ่น หรือแม้กระทั่งในไม้ดอกชนิดต่างๆ


    
หอมแดง-ตะไคร้
SHALLOT-LEMONGRASS
โรคและแมลงศัตรูของหอมแดง


โรคใบจุดสีม่วง  โรคนี้จะทำให้หอมแดงมีแผลจำนวนมากตามใบ ใบแห้ง และจะแห้งตายไปในที่สุด
โรคหัวและรากเน่า  หอมแดงจะมีใบแก่เหลืองและเหี่ยวแห้ง มีเส้นใยสีขาวขึ้นฟูอยู่บนแผล รากเน่าเป็นสีน้ำตาล และจะทำให้หัวนิ่ม เน่า และเนื้อเยื่อเปื่อยยุ่ย มีกลิ่นเหม็น
เพลี้ยไฟ  ลักษณะตัวอ่อนและตัวเต็มวัยมีลักษณะคล้ายกัน แต่ตัวเต็มวัยจะมีปีกเพิ่มขึ้นมาก มีขนาดไม่เกิน 1.5 ซม. สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ทั้งตัวอ่อนและตัวเต็มวัย จะทำลายพืชโดยใช้ปากเขี่ยดูดน้ำเลี้ยงทำให้ผักมีตำหนิ และเป็นปุ่มปม เสียคุณภาพ พบระบาดทั่วไปตามแหล่งปลูก ส่วนมากระบาดในสภาพอากาศแห้งแล้ง



กระเทียม
THAI GARLIC
โรคและแมลงศัตรูของกระเทียม


โรคแอนแทรคโนส  สาเหตุเกิดจากเชื้อรา Colletotrichum spp.  โรคนี้จะเข้าทำลายฝักร่วมกับโรคที่เกิดจากเชื้อ Alternaria sp. ทำให้เกิดแผลสีดำหรือน้ำตาลเข้ม เป็นขีดๆ สั้นๆ แต่ถ้าเป็นแผลที่เกิดจากเชื้อ Alternaria sp. จะมีลักษณะกลม แผลจะกระจายทั่วไปบนฝัก แผลจะบุ๋มหรือยุบตัวลงไปจากเนื้อเยื่อของฝัก ขอบแผลจะมีรอยช้ำคล้ายน้ำร้อนลวก โรคนี้ระบาดได้ง่ายและรวดเร็วในแหล่งปลูกที่มีความชื้นสูง โดยเฉพาะในฤดูฝน และในฤดูหนาวที่มีหมอกและน้ำค้าง เนื่องจากเชื้อนี้สามารถที่จะแพร่ไปกับน้ำที่ใช้รดหรือปลิวไปตามลมได้ จึงทำให้ระบาดไปได้อย่างรวดเร็ว
โรคใบจุดสีม่วง  โรคนี้จะทำให้กระเทียมไม่ลงหัว มีแผลจำนวนมากตามใบ ใบแห้งและจะแห้งตายไปในที่สุด
โรคหัวและรากเน่า  กระเทียมจะมีใบแก่เหลืองและเหี่ยวแห้ง กาบหัวช้ำ มีเส้นใยสีขาวขึ้นฟูอยู่บนแผล รากเน่าเป็นสีน้ำตาล และจะทำให้หัวนิ่ม เน่าและเนื้อเยื่อเปื่อยยุ่ย มีกลิ่นเหม็น
โรคเน่าคอดิน  สาเหตุเกิดจากเชื้อรา Pythium sp.  เป็นโรคที่เกิดเฉพาะในแปลงเพาะกล้าเท่านั้น สาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดโรคได้ง่าย คือ การหว่านกล้าที่แน่นทึบ อับลม และต้นเบียดกันมาก ต้นกล้าจะเกิดอาการเป็นแผลช้ำที่โคนต้นในระดับดิน เนื้อเยื่อตรงแผลเน่าและแห้งไปอย่างรวดเร็ว ถ้าถูกแสงแดดทำให้ต้นกล้าหักพับ ต้นจะเหี่ยวแห้งตายในเวลารวดเร็ว ต้นกล้าจะค่อยๆ เหี่ยวแห้งตาย และขยายบริเวณออกไปเป็นวงกลม
เพลี้ยไฟ  ลักษณะตัวอ่อนและตัวเต็มวัยมีลักษณะคล้ายกัน แต่ตัวเต็มวัยจะมีปีกเพิ่มขึ้นมาก มีขนาดไม่เกิน 1.5 ซม. สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ทั้งตัวอ่อนและตัวเต็มวัย จะทำลายพืชโดยใช้ปากเขี่ยดูดน้ำเลี้ยงทำให้ผักมีตำหนิ และเป็นปุ่มปม เสียคุณภาพ พบระบาดทั่วไปตามแหล่งปลูก ส่วนมากระบาดในสภาพอากาศแห้งแล้ง


    
ผักชี-ผักชีฝรั่ง
CORIANDER-PARSLEY
โรคและแมลงศัตรูผักชี


โรคที่อาจพบในผักชี ได้แก่ โรคเน่าที่ใบและโคนต้น ซึ่งป้องกันกำจัดได้โดยการฉีดพ่นสารบำรุงปรับปรุงดิน หัวฮิวมัสแท้ล้านปีอินทรีย์100% ในอัตราตามคำแนะนำของผลิตภัณฑ์
ผักชีมักไม่ค่อยมีแมลงรบกวน แต่ในบางครั้งอาจพบเพลี้ยเข้าทำลาย สามารถป้องกันกำจัดโดยใช้สารบำรุงปรับปรุงดิน หัวฮิวมัสแท้ล้านปีอินทรีย์100% ในอัตราตามคำแนะนำของผลิตภัณฑ์ ผสมน้ำฉีดให้ทั่วหากจำเป็น
โรคและแมลงศัตรูของผักชีฝรั่ง
โรคไหม้  มักเกิดในฤดูร้อน สามารถป้องกันโดยใช้สารบำรุงปรับปรุงดิน หัวฮิวมัสแท้ล้านปีอินทรีย์100% พ่นบริเวณที่เกิดโค
โรคโคนเน่า  โรคนี้มักเกิดในฤดูฝน ป้องกันได้โดย ยกร่องให้สูง เพื่อระบายน้ำ หลังคาควรโปร่งเพื่อให้แสงส่องได้ถึงใช้สารบำรุงปรับปรุงดิน หัวฮิวมัสแท้ล้านปีอินทรีย์100% ฉีดให้ทั่วบริเวณที่เกิดโรค
หนอนกินใบ  หนอนชนิดนี้ ตัวเต็มวัยจะเป็นผีเสื้อกลางคืนขนาดเล็ก ลำตัวยาวประมาณ 1.2 เซนติเมตร เมื่อกางปีกเต็มที่กว้างประมาณ 2.0 เซนติเมตร หัวสีน้ำตาล ลำตัวสีน้ำตาลอ่อน ปลายปีกหน้าและปีกหลังสีน้ำตาลอมเทา หนอนชนิดนี้จะกัดกินใบจนเหลือแต่ก้านใบ ถ้าระบาดมากจะทำความเสียหายทั้งแปลง
หอยทาก  ป้องกันโดยใช้สารบำรุงปรับปรุงดิน หัวฮิวมัสแท้ล้านปีอินทรีย์100% ฉีดให้ทั่วบริเวณที่เกิดโรค



ผักกระเฉด
WATER MIMOSA
โรคและแมลงศัตรูของผักกระเฉด


โรคราน้ำค้าง หรือโรคใบลาย  สาเหตุเกิดจากเชื้อ Psudoperonospora อาการ คือ จะเริ่มเป็นจุดสีเหลืองบนใบ และจะขยายออกเป็นเหลี่ยมในระหว่างเส้นใบ และบริเวณใต้ใบที่ตำแหน่งของแผลจะมีเส้นใยสีขาวเกาะเป็นกลุ่มและมีสปอร์เป็นผงสีดำ ถ้าเป็นมากๆ แผลจะลามไปทั้งใบทำให้ใบแห้งตาย
เพลี้ยอ่อน  มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Lipaphis erysimi  แพร่พันธุ์ได้โดยที่เพศเมียไม่ต้องผ่านการผสมพันธุ์ ตัวอ่อนเมื่อออกจากตัวแม่ใหม่ๆ จะมีขนาดเล็กมาก ต้องส่องดูด้วยกล้องจุลทรรศน์ ลำตัวมีสีเหลืองอ่อนนัยน์ตาสีดำ ขาทั้ง 3 คู่สีเหลืองอ่อน หนวดสั้น ระยะเป็นตัวอ่อนจะมีการลอกคราบ 4 ครั้ง มีอายุประมาณ 5-6 วัน หลังจากนั้นก็จะเป็นตัวเต็มวัย ตัวเต็มวัยก็จะมีลักษณะคล้ายตัวอ่อน มีทั้งแบบมีปีกและไม่มีปีก ระยะตัวเต็ววัยมีชีวิตอยู่ได้ประมาณ 6-18 วัน ตัวเต็มวัยตัวหนึ่งสามารถออกลูกได้ตลอดชีวิตประมาณ 75 ตัว
เพลี้ยไฟ  ลักษณะตัวอ่อนและตัวเต็มวัยมีลักษณะคล้ายกัน แต่ตัวเต็มวัยจะมีปีกเพิ่มขึ้นมาก มีขนาดไม่เกิน 1.5 ซม. สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ทั้งตัวอ่อนและตัวเต็มวัย จะทำลายพืชโดยใช้ปากเขี่ยดูดน้ำเลี้ยงทำให้ผักมีตำหนิ และเป็นปุ่มปม เสียคุณภาพ พบระบาดทั่วไปตามแหล่งปลูก ส่วนมากระบาดในสภาพอากาศแห้งแล้ง
หนอนใยผัก  มีชื่อวิทยาศาสตร์ Plutella xylostella  เป็นหนอนที่มีขนาดเล็กที่สุดในบรรดาหนอนผีเสื้อศัตรูผัก ชอบวางไข่ตามใต้ใบเป็นฟองเดี่ยวๆ หรือเป็นกลุ่มติดกัน 2-5 ฟอง ไข่มีขนาดเล็กมากค่อนข้างแบนและยาวรี ไข่มีสีเหลืองอ่อนเป็นมัน มีผิวขรุขระ ระยะการเป็นไข่ 2-3 วัน เมื่อไข่ใกล้ฟักออกเป็นตัวหนอนจะมีสีเหลืองเข้ม ตัวหนอนมีขนาดค่อนข้างเล็กมากเห็นยาก มีการเจริญเติบโตรวดเร็วกว่าหนอนอื่น เพียงแค่ 1 สัปดาห์ ก็จะโตเต็มที่มีขนาด 1 เซนติเมตร ส่วนท้ายมีปุ่มยื่นออกมา 2 แฉก ลำตัวอาจเป็นสีเขียวปนเทาอ่อน หรือเขียวปนเหลือง สามารถสร้างใยพาตัวเองขึ้นลงระหว่างพื้นดินกับต้นพืช ดักแด้มีขนาด 1 เซนติเมตร อยู่ภายในใยบางๆ ติดใต้ใบ อายุดักแด้ 3-4 วัน ส่วนตัวเต็มวัยเป็นผีเสื้อกลางคืนมีสีเทา หลังมีแถบสีเหลืองเข้ม มีอายุอยู่ได้ไม่เกิน 1 สัปดาห์ ตัวหนอนจะกัดกินผิวด้านล่างใบจนเกิดเป็นรูพรุนและมักเข้าไปกัดกินใบยอดผักที่กำลังเจริญเติบโต ทำให้ผักได้รับความเสียหาย หนอนชนิดนี้จะเจาะโป่งหรือนมของผักกระเฉด ทำให้ผักกระเฉดหลุดขาดและเน่า
ด้วงหมัดผัก  มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Phyllotreta sinuata  ตัวเต็มวัยเป็นแมลงปีกแข็งขนาดเล็ก ยาว 1  1/2 มิลลิเมตร ตัวเต็มวัยจะวางไข่ในดินบริเวณใกล้ๆ ต้นพืช ตัวอ่อนมีขนาดเล็กสีขาวใส โตเต็มวัยจะกัดกินใบจนเป็นรูพรุน ทำความเสียหายได้ในระยะที่ผักกำลังเจริญเติบโต สำหรับตัวอ่อนที่เป็นหนอนชอบกัดกินราก บางครั้งอาจเกิดระบาดในระยะที่ยังเป็นต้นกล้า


    
ขึ้นฉ่าย-กระชาย
UMBELLIFERAE-GALINGALE


    
หัวไชเท้า-แครอท
CHINESE RADISH-CARROT



ข้าวโพดฝักอ่อน
BABY CORN





 









 












 

โดย นาโนฮอมกรีน 2014-03-21 09:58:42 [IP : 118.172.28.xxx]

ความคิดเห็น

ความคิดเห็น
Please use IE for editing.
โดย
อี-เมล์
เบอร์โทรศัพท์
Security
Click to reload image
Insert Image Insert Image by browse

คลิกที่รูป เพื่อแทรกรูปลงในข้อความ

คำเตือนเกี่ยวกับการใช้เว็บบอร์ด

[ ปิดหน้านี้ ]
[ กลับหน้าเดิม ]



 
 
 

 

บริษัท นาโน ฮอม กรีน จำกัด
119/3 หมู่8 ต.ต้นเปา(บ่อสร้าง) อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่ 50130
โทร : 053-339031 e-mail : nanohgreen@gmail.com
Facebook: https://www.facebook.com/nano.homgreen
Copyright (c) 2011 Nano-Hom Changmai