หมวดสินค้า






 
>>> วิธีใช้หัวฮิวมัสกับพืชชนิดต่างๆ
 
 
 
 
 
 
 
ติดต่อเรื่องบำบัดน้ำเสีย
 >>>  0817645463  <<<

" คลิกลิ้งค์ข้างล่าง "
v      v      v
v      v      v
 



ติดต่อเราทางไลน์
ID Line: nanohomgreen
 
ติดต่อพูดคุยเป็นเพื่อนกับเรา
คลิกที่นี่... 
 

Big Boss
ขจัดอาการเหงือกจ๋าฟันลาก่อน

มีจำหน่ายที่นี่

น้ำแร่บ้วนปาก ราคา 360 บาท/กล่อง ส่งฟรีลงทะเบียน ทั่วประเทศ




สภาพอากาศ ประจำวัน


ราคาน้ำมัน PTT

สถิติการเยี่ยมชมเว็ป

 สถิติวันนี้ 58 คน
 สถิติเมื่อวาน 71 คน
 สถิติเดือนนี้
สถิติปีนี้
สถิติทั้งหมด
599 คน
1206 คน
83233 คน
เริ่มเมื่อ 20-03-2011


คำกล่าวนำเว็บบอร์ด
คำแนะนำเกี่ยวกับการใช้เว็บบอร์ด


สะเก็ดเงิน/โรคสะเก็ดเงิน คืออะไร

โรคสะเก็ดเงินคืออะไร?
โรคสะเก็ดเงินเป็นโรคผิวหนังอักเสบเรื้อรังที่พบบ่อยชนิดหนึ่งมีชื่อภาษาอังกฤษว่า "Psoriasis" โรคนี้เกิดจากเหตุปัจจัยหลายปัจจัยประกอบกัน ไม่ได้เกิดจากสาเหตุใดสาเหตุหนึ่งเพียงสาเหตุเดียว ไม่ได้เกิดจากเชื้อโรค สารเคมีหรือสภาวะทางฟิสิกส์ที่เป็นพิษต่อผิวหนังโดยตรงแต่เพียงอย่างเดียว แต่เป็นผลจากพันธุกรรมหรือยีนส์ที่ผิดปกติหลายชนิดร่วมกับปัจจัยทางสิ่งแวดล้อมทั้งภายในและภายนอกร่างกายที่ไม่เหมาะสมมากระตุ้นให้โรคปรากฏขึ้น อาการผื่นผิวหนังเป็นได้หลายรูปแบบ ที่พบบ่อย คือ ผิวหนังอักเสบเป็นปื้นแดง (Erythematous plaque) ลอกเป็นขุย เป็นๆ หายๆ ผู้ป่วยบางรายเป็นเฉียบพลันแล้วผื่นก็หายไป บางรายเป็นผื่นอักเสบเรื้อรัง ความผิดปกติอื่นๆ ที่อาจพบได้ คือ ความผิดปกติที่เล็บ ข้ออักเสบ เป็นต้น ผู้ป่วยอาจมีอาการผิดปกติของเล็บ หรือปวดข้อนำมาก่อน หรือเกิดขึ้นพร้อมๆ กับอาการผื่นผิวหนังอักเสบ

เด็กเป็นโรคสะเก็ดเงินได้ไหม?
โรคสะเก็ดเงินเป็นในเด็กได้แต่พบน้อยกว่าผู้ใหญ่มากทั้งนี้เพราะปัจจัยกระตุ้นให้โรคปรากฏในเด็กมีไม่มาก เช่น การเปลี่ยนแปลงทางฮอร์โมน ความเครียดทางจิตใจ เป็นต้น

ทำไมบางคนจึงเป็นโรคสะเก็ดเงิน?
คนเป็นโรคสะเก็ดเงินเพราะมีความผิดปกติทางพันธุกรรมเป็นพื้นฐานแล้วมีสิ่งแวดล้อมเป็นปัจจัยกระตุ้นให้เกิดอาการและอาการแสดงทางผิวหนัง เล็บบางรายอาจเกิดอาการอักเสบของเอ็นและข้อร่วมด้วย ผู้ป่วยแต่ละรายมีอาการแสดงของโรคแตกต่างกันได้มาก ทั้งแง่ขนาด การกระจายและความรุนแรงของผื่น ที่กล่าวว่ามีความผิดปกติทางพันธุกรรมไม่จำเป็นที่บิดามารดา พี่น้องหรือญาติผู้ป่วยต้องเป็นโรคนี้ทุกคน เพียงแต่ว่าผู้ป่วยโรคนี้จะมีแนวโน้มทางพันธุกรรมที่จะเป็นโรคนี้อยู่ ญาติพี่น้องของผู้ป่วยมีโอกาสเป็นโรคนี้ได้สูงกว่าคนทั่วๆ ไป หรืออีกนัยหนึ่งคือมักพบคนในครอบครัวเป็นโรคเดียวกับผู้ป่วย

ทำไมถึงเรียกว่า "โรคสะเก็ดเงิน"
เหตุที่เรียกโรคนี้ว่า "โรคสะเก็ดเงิน" เพราะลักษณะของผื่นในโรคนี้จะเป็นปื้นหรือตุ่มสีแดงขอบเขตชัดเจน บนผิวของผื่นผิวหนังอักเสบของโรคนี้จะมีสะเก็ดสีขาวคล้ายเงินปกคลุมอยู่ศาสตราจารย์กิติคุณนายแพทย์สุนิต เจิมสิริวัฒน์จึงให้ชื่อโรคนี้ว่า "โรคสะเก็ดเงิน" เมื่อแกะเกาสะเก็ดให้หลุดลอกออกจากผิวหนังจะเห็นจุดเลือดออกบนผิวของผื่นที่อักเสบแดง ซึ่งเป็นลักษณะจำเพาะของโรคนี้ ผู้ป่วยบางรายอาจไม่มีตุ่มหรือปื้นแดงที่มีสะเก็ดสีขาวให้เห็นก็ได้ ทั้งนี้ขึ้นกับระยะของโรค

สาเหตุของโรคสะเก็ดเงิน
โรคสะเก็ดเงินเป็นโรคทางพันธุกรรมชนิดหนึ่งที่มีแบบแผนการถ่ายทอดทางพันธุกรรมไม่ชัดเจน พบว่าถ้าบิดาและมารดาเป็นโรค บุตรที่เกิดมามีโอกาสเป็นโรคนี้สูงร้อยละ 65-83 ถ้าบิดาหรือมารดาคนใดคนหนึ่งเป็นโรค บุตรที่เกิดมามีโอกาสเป็นโรคนี้ลดลงเหลือร้อยละ 28-50 ถ้าทั้งบิดาและมารดาไม่เป็นโรคนี้เลย บุตรมีโอกาสเป็นโรคนี้น้อยลงไปเหลือเพียงร้อยละ 4 ถ้ามีพี่น้องในครอบครัวเป็นโรคนี้โดยที่บิดาและมารดาไม่เป็นบุตรคนถัดไปมีโอกาสที่จะเป็นโรคสูงขึ้นถึงร้อยละ 24 ลักษณะทางพันธุกรรมเป็นเพียงปัจจัยพื้นฐานของการเกิดโรค การเกิดอาการของโรคไม่ได้ขึ้นกับปัจจัยทางพันธุกรรมเพียงอย่างเดียว ถึงผู้ป่วยจะมีลักษณะทางพันธุกรรมของโรคสะเก็ดเงินอยู่ ถ้าไม่มีปัจจัยกระตุ้นหรือส่งเสริมมากระทบผู้ป่วยก็จะไม่เกิดอาการของโรค ดังนั้นผู้ป่วยจึงควรสังเกตและพยายามจับให้ได้ว่าปัจจัย แวดล้อมอะไรทำให้โรคของตนกำเริบ แล้วพยายามหลีกเลี่ยงปัจจัยต่างๆ ที่ทำให้โรคกำเริบ พึงเข้าใจว่าปัจจัยที่ทำให้โรคกำเริบในผู้ป่วยแต่ละรายไม่จำเป็นต้องเหมือนกัน

ปัจจัยกระตุ้นหรือส่งเสริมให้เกิดโรคสะเก็ดเงิน
สิ่งแวดล้อมที่กระทบร่างกายของผู้ป่วยแล้วทำให้โรคกำเริบแบ่งได้เป็น 2 ส่วน คือ ปัจจัยภายนอก และปัจจัยภายในตัวผู้ป่วย
*ปัจจัยภายนอก
*ปัจจัยภายในตัวผู้ป่วย

ปัจจัยภายนอก
สิ่งแวดล้อมรอบตัวผู้ป่วยที่อาจทำให้โรคกำเริบ คือ สิ่งมีชีวิตขนาดเล็กได้แก่จุลชีพชนิดต่างๆ สารเคมีและสภาพทางฟิสิกส์ ผู้ป่วยต้องสัมผัสสิ่งแวดล้อมเหล่านี้อยู่เป็นประจำทุกวัน ปัจจัยแวดล้อมเหล่านี้บางครั้งรุนแรง จะทำให้ผิวหนังของผู้ป่วยที่มีความผิดปกติพื้นฐานทางพันธุกรรมอยู่เกิดอาการผิวหนังอักเสบขึ้นได้ บางครั้งปัจจัยแวดล้อมที่ระคายผิวหนังน้อย แต่มีปัจจัยเหล่านี้หลายๆ ปัจจัยมากระทบผิวหนังพร้อมๆ กันก็สามารถทำให้โรคสะเก็ดเงินที่สงบอยู่กำเริบได้ ผู้ป่วยโรคสะเก็ดเงินที่มีอาการกำเริบและควบคุมอาการของโรคได้ไม่ดีด้วยยาหรือการรักษาอื่นๆ แพทย์ผู้ดูแลรักษาและผู้ป่วยต้องร่วมกันสังเกต เฝ้าดูปัจจัยแวดล้อมต่างๆ อย่างละเอียดเพื่อที่จะหาปัจจัยภายนอกที่มีความสัมพันธ์กับการกำเริบของโรค ปัจจัยที่สำคัญอีกกลุ่มหนึ่งคือ ปัจจัยภายในตัวผู้ป่วยเอง ได้แก่ โรคติดเชื้อซ่อนเร้นของอวัยวะภายใน การเปลี่ยนแปลงทางสรีรวิทยาบางอย่าง เช่น ระยะที่มีประจำเดือนของสตรีเพราะในช่วงนี้มีการเปลี่ยนแปลงทางระดับของฮอร์โมนในร่างกาย นอกจากนี้การเปลี่ยนแปลงทางจิตใจรวมทั้งความเครียดและความรุ่มร้อนจากการงาน สภาวะทางครอบครัว ความเจ็บป่วยที่ผู้ป่วยเป็นอยู่ก็เป็นสาเหตุที่ทำให้โรคกำเริบได้
ภายหลังจากการเฝ้าดูและค้นหาอย่างดีแล้วจะมีผู้ป่วยส่วนหนึ่งที่ไม่สามารถหาปัจจัยแวดล้อมที่กระตุ้นให้โรคกำเริบได้ กรณีเช่นนี้ทั้งผู้ป่วยและญาติอย่าได้กังวลจนเกินไปขอให้วางใจเป็นกลาง(อุเบกขา) มีขันติและติดตามเฝ้าดูและหาปัจจัยต่างๆ เหล่านั้นต่อไป เพราะถึงจะหาปัจจัยที่กระตุ้นโรคให้กำเริบไม่ได้ แพทย์ก็มียาพอที่จะทุเลาอาการของโรคได้ ไม่มีปัจจัยใดที่จะคงอยู่ตลอดไปในไม่ช้าปัจจัยต้นเหตุที่กระตุ้นให้โรคกำเริบก็จะปรากฏให้เห็นหรือไม่ก็ผ่านพ้นไป โรคที่รุนแรงจะสงบลงได้ในที่สุด ขอยกตัวอย่าง ปัจจัยภายนอกที่แพทย์พบว่าสามารถทำให้อาการของโรคสะเก็ดเงินกำเริบได้ เพื่อช่วยให้ผู้ป่วยเกิดความเข้าใจจะได้คอยระวัง และหลบหลีกปัจจัยต้นเหตุที่ทำให้โรคกำเริบดังกล่าว
-ปัจจัยทางเคมี สารเคมีที่ผู้ป่วยสัมผัสที่สำคัญคือ อาหาร ยา สารเคมีในที่ทำงาน สารเคมีที่มีการบันทึกไว้ว่าสามารถทำให้โรคกำเริบได้แก่ ยาบางชนิดถ้าผู้ป่วยรับประทานแล้วจะทำให้โรคสะเก็ดเงินกำเริบ เช่น ยารักษาโรคจิตประสาทกลุ่ม Lithium ยารักษาโรคมาเลเรีย ยารักษาโรคหัวใจกลุ่ม Beta adreneergic blocking agent ยาสตีรอยด์ชนิดรับประทานและฉีด ดังนั้นผู้ป่วยควรหลีกเลี่ยงการซื้อยามารับประทานเอง เพราะยาหม้อ ยาจีน ยาไทย บางชนิดแอบผสมสตีรอยด์เข้าไปในส่วนผสมของยา
ยาสตีรอยด์ทั้งชนิดรับประทานและฉีดทำให้อาการของโรคสะเก็ดเงินสงบลงได้ในระยะแรกๆ ที่ได้รับยา แต่เมื่อใช้ไปในระยะยาวจะมีผลข้างเคียงสูงมาก เช่น ทำให้เกิดโรคแผลในกระเพาะอาหาร โรคเบาหวานกำเริบ กล้ามเนื้อลีบและอ่อนแรง ความดันโลหิตสูง กระดูกผุ เป็นต้น
-ปัจจัยทางชีวะ คือสิ่งมีชีวิตที่ก่อโรคกับคน ตั้งแต่จุลชีพชนิดต่างๆ ได้แก่เชื้อไวรัส แบคทีเรีย เชื้อรา และปรสิตรวมทั้งแมลงต่างๆ ด้วย สิ่งมีชีวิตเหล่านี้ทำให้เกิดโรคกับผู้ป่วยแล้วส่งผลกระทบทำให้โรคสะเก็ดเงินกำเริบ ตัวอย่างเช่น โรคคออักเสบจากไวรัส หรือเชื้อแบคทีเรียสเตร็พโตคอคคัส(Streptococcus species) โดยเฉพาะในเด็ก โรคติดเชื้อ HIV สามารถทำให้โรคสะเก็ดเงินกำเริบได้ อาการผื่นผิวหนังอักเสบของโรคจะรุนแรงควบคุมได้ยาก ถ้าผู้ป่วยเกิดโรคติดเชื้อดังกล่าวซ้อนลงบนโรคสะเก็ดเงิน สำหรับโรคติดเชื้ออื่นๆ ก็สามารถกระตุ้นให้โรคกำเริบได้เช่นเดียวกัน แต่ความสัมพันธ์อาจไม่ชัดเจนเหมือน 2 โรคดังกล่าวแล้ว
-ปัจจัยทางฟิสิกส์ ผิวหนังของผู้ป่วยเมื่อกระทบกับสภาวะทางฟิสิกส์ที่รุนแรง เช่น การแกะเกา ขูด กด เสียดสี ทำให้ผื่นของโรคสะเก็ดเงินกำเริบ และลุกลามออกไปได้ จึงมักพบผื่นของโรคสะเก็ดเงินบริเวณ ศอก เข่า ก้นกบ เพราะเป็นตำแหน่งที่มีการแกะเกาเสียดสีมากที่สุด

ปัจจัยภายในร่างกาย
ผิวหนังเป็นอวัยวะที่อยู่นอกสุดของร่างกาย แต่ไม่ได้ตัดขาดความสัมพันธ์ไปจากอวัยวะภายในอื่นๆ ของร่างกาย ปัจจัยภายในร่างกายรวมถึงการเปลี่ยนแปลงที่เกิดในร่างกาย เช่นการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมน โรคของอวัยวะภายในต่างๆ เช่น โรคตับ โรคไต เป็นต้น การเปลี่ยนแปลงและโรคต่างๆ ของอวัยวะภายใน จะส่งผลกระทบโดยตรงหรือโดยอ้อมต่อผิวหนังด้วยเสมอ ดังนั้นผู้ป่วยโรคสะเก็ดเงินจะมีอาการกำเริบได้เมื่อเกิดโรคกับอวัยวะภายในอื่นๆ
ปัจจัยทางด้านจิตใจ
สภาพทางจิตใจของผู้ป่วยมีอิทธิพลต่ออาการของโรคสะเก็ดเงิน เช่นเดียวกับปัจจัยภายนอกและภายในร่างกาย พบว่าผู้ป่วยที่เครียด หงุดหงิด นอนไม่หลับ ผื่นจะกำเริบแดงขึ้น คันมากขึ้น ทำให้ผู้ป่วยต้องแกะเกา ส่งผลให้โรคกำเริบ
โดยสรุปว่า โรคสะเก็ดเงินเป็นโรคทางพันธุกรรมที่มีปัจจัยทั้งภายในและภายนอกร่างกาย รวมทั้งปัจจัยทางด้านจิตใจ เป็นปัจจัยกระตุ้นให้เกิดโรคหรือส่งเสริมให้โรคที่สงบอยู่กำเริบ เป็นมากขึ้นหรือโรคยังคงเป็นอยู่และดำเนินต่อไป

ตัวอย่างปัจจัยที่ทำให้โรคสะเก็ดเงินกำเริบ
ปัจจัยทางเคมี
-การระคายเคืองจาก ดีเทอร์เจน ผงซักฟอก สบู่ ครีมที่มีกรดผสม เช่น ครีมลอกหน้า ขัดผิว
-ยาจีน ยาหม้อ สมุนไพรต่างๆ ที่ใช้ทาหรือรับประทาน
-ยาแผนปัจจุบันบางชนิดทำให้โรคสะเก็ดเงินกำเริบ เช่น ยาลดความดัน และลดอัตราการเต้นของหัวใจ กลุ่ม Beta-adrenergic blocking agents, Lithium, ยาแก้ปวด Indomethacin Quinidine,ยาต้านมาเลเรีย (Anti-malaria)
-ยาสตีรอยด์ชนิดรับประทานและฉีด
ปัจจัยทางชีวะ
โรคติดเชื้อที่คอ หลอดลมอักเสบ ปอดอักเสบ โรคติดเชื้อที่ผิวหนัง และโรคติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ ยุงแมลงกัดต่อย
ปัจจัยทางฟิสิกส์
การกระทบกระแทก ถูกมีดบาด ยุงแมลงกัดต่อย การแกะเกา กด ถู ดึง ลอก หยิก
ปัจจัยทางจิตใจ
ความเครียด เร่าร้อน ความโกรธ หงุดหงิด ฉุนเฉียว

พฤติกรรมที่ควรหลีกเลี่ยง
-การดื่มเหล้า
-การสูบบุหรี่
-เล่นการพนัน
-ความเครียดทั้งทางกายและทางใจเช่น ความวิตก กังวล ความกลัว หงุดหงิด ฉุนเฉียว
-การเล่นกีฬาหักโหม
การเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนในร่างกาย
-ระยะมีประจำเดือน/หมดประจำเดือน
-ระหว่างตั้งครรภ์หรือหลังคลอด

อาการและอาการแสดง
โรคสะเก็ดเงินมีอาการและอาการแสดง ที่อวัยวะต่างๆ ดังนี้
1.ผิวหนัง ตั้งแต่ศีรษะจรดท้า รวมทั้งฝ่ามือหรือฝ่าเท้า
ผื่นผิวหนัง ของโรคสะเก็ดเงิน
(ดูรูปประกอบ)
ผื่นผิวหนังอักเสบของโรคสะเก็ดเงิน เกิดที่ตำแหน่งใดของผิวหนังก็ได้ ผู้ป่วยแต่ละรายมีอาการและอาการแสดงแตกต่างกันได้อย่างมาก ตำแหน่งผิวหนังที่พบผื่นบ่อย ได้แก่บริเวณที่มีการเสียดสี แกะเกา เช่น ศอก เข่า แขน ขา ก้บกบ คอ ศีรษะ ลักษณะสำคัญของผื่นโรคสะเก็ดเงินคือ เป็นปื้นหนา มีสะเก็ดสีขาวคล้ายเงิน เมื่อแกะเกาให้สะเก็ดหลุดออก จะพบจุดเลือดออกอยู่บนผื่นผิวหนังที่อักเสบแดง การแกะเกาทำให้ตุ่มหรือปื้นผิวหนังที่อักเสบขยายวงกว้างออกหรือทำให้เกิดตุ่มผิวหนังอักเสบเกิดใหม่ตามรอยเกา ผื่นผิวหนังอักเสบแยกย่อยเป็นลักษณะต่างๆ ดังนี้
ลักษณะผื่นผิวหนังอักเสบโรคสะเก็ดเงิน มีรูปร่างและการกระจายของผื่นดังนี้:
1.ตุ่มแดง ตามรูขน
2.ปื้นแดง หนา เป็นวงกลม บริเวณศอก เข่า มือ ก้นกบ(Psoriasis vulgaris)
3.ผื่นแดง มีขุย บริเวณที่มีต่อมไขมันมาก(Seborrheic area) เช่น หนังศีรษะ หลังหู หน้าผาก ร่องจมูก หน้าอก(Sebo-psoriasis)
4.ตุ่มแดง ขนาดเล็กกว่า 1 ซม. กระจายตามตัว(Guttate psoriasis)
5.ผื่นแดงขนาด 4-5 ซม. คันกระจายตาม แขน ขา(Nummular psoriasis)
6.ผื่นหรือปื้นแดงตามข้อพับ ขาหนีบ(Intertriginous psoriasis)
7.ผื่นแดงเป็นวงแหวน คล้ายแผนที่(Annular psoriasis, figurate psoriasis)
8.ผื่นหรือปื้นหนาแดงมีสะเก็ดสีขาวกระจายทั่วตัว(Psoriasis universalis)
9.ผื่นแดงลอกทั้งตัว(Erythroderma)
10.ตุ่มหนองตามฝ่ามือฝ่าเท้า นิ้วมือหรือนิ้วเท้า(Localized pustular psoriasis)
11.ตุ่มหนองกระจายทั่วตัว ผู้ป่วยมักมีอาการตามระบบร่วมด้วยเช่น ไข้สูง ปวดเมื่อย(Generalized pustular psoriasis)
12.ผื่นโรคสะเก็ดเงินที่เยื่อบุ(Mucosal psoriasis) ตำแหน่งที่พบผื่นแดงเป็นขุยบ่อยอยู่ที่ บริเวณอวัยวะเพศ
ผู้ป่วยบางรายมีตุ่มหรือปื้นผิวหนังอักเสบเฉพาะที่ศอก เข่า แขน ขา เพียง 2-3 แห่งเท่านั้น บางรายเป็นผื่นผิวหนังอักเสบบริเวณข้อพับ เช่น ขาหนีบ ร่องก้น ตุ่มหนองตามฝ่ามือฝ่าเท้าหรือเป็นตุ่มหนองเฉพาะที่ปลายนิ้วมือหรือเท้า
ผู้ป่วยโรคสะเก็ดเงินที่เป็นรุนแรง ผื่นผิวหนังอักเสบแดงจะเป็นทั่วทั้งตัว ผื่นแดงลอกเป็นสะเก็ดทำให้ผู้ป่วยเสียโปรตีนไปกับสะเก็ดผิวหนัง นอกจากนี้ยังเสียความร้อนในร่างกายหรือน้ำทางผิวหนังมากกว่าปกติ ทำให้ผู้ป่วยรู้สึกอ่อนเพลีย หนาวสะท้านเพราะเสียความร้อนไปทางผิวหนังตลอดเวลา
ผู้ป่วยบางรายมีอาการรุนแรงเป็นไข้ ปวดเมื่อยตามกล้ามเนื้อ เกิดตุ่มหนองกระจายทั่วตัว
ผู้ป่วยโรคสะเก็ดเงินเกิดอาการเอ็นและข้ออักเสบ ร้อยละ5.4-7 ร้อยละ 75 ของผู้ป่วยโรคสะเก็ดเงินที่มีอาการข้ออักเสบเกิดตามหลังอาการผื่นผิวหนังอักเสบ พบเพียงร้อยละ 15 ที่อาการข้ออักเสบนำหน้าอาการผิวหนังอักเสบ อีกร้อยละ 10 อาการผิวหนังอักเสบและอาการข้ออักเสบเกิดขึ้นพร้อมๆ กัน อาการปวดข้อและข้ออักเสบในผู้ป่วยโรคสะเก็ดเงินแบ่งเป็นหลายกลุ่มตามลักษณะอาการและอาการแสดงทางผิวหนังดังนั้นอาการทางข้อในผู้ป่วยแต่ละกลุ่มย่อมแตกต่างกันข้ออักเสบที่พบบ่อยคือ ข้อนิ้วมือ นิ้วเท้า ข้อเท้า ข้อศอก หรือข้อไหล่ ข้อต่อของกระดูกสันหลัง ข้อสะโพกก็พบได้ อาการบวมแดงร้อนตามข้อเหล่านี้ แสดงถึงการอักเสบที่รุนแรง ถ้ามีควรปรึกษาแพทย์เพื่อการรักษาที่ถูกต้องและเหมาะสมต่อไป

2.เล็บมือและเท้า
โรคสะเก็ดเงินของเล็บมือและเล็บเท้า
ความผิดปกติที่เล็บมือพบได้ร้อยละ 50 เล็บเท้าพบได้ร้อยละ 35 ลักษณะผิดปกติที่พบมีตั้งแต่ ผิวของเล็บเป็นหลุมเล็กๆ จนถึงเล็บผิดรูปขรุขระทั้งเล็บ ลักษณะผิดปกติที่พบนอกจากนี้ได้แก่ เล็บหนามีขุยขาวใต้เล็บ เล็บล่อนจากพื้นเล็บ เป็นต้น

3.ข้อ ทุกแห่งของร่างกายรวมทั้งข้อกระดูกสันหลังด้วย
โรคข้ออักเสบสะเก็ดเงิน
ผู้ป่วยโรคสะเก็ดเงินบางรายมีอาการข้ออักเสบร่วมด้วย อาการข้ออักเสบจะเกิดตามหลังผื่นผิวหนังอักเสบ โรคข้ออักเสบสะเก็ดเงินเกิดพร้อมๆ กับผื่นผิวหนังอักเสบ หรือมีอาการทางข้ออักเสบนำมาก่อนก็ได้ ข้อที่เกิดการอักเสบบ่อยคือ ข้อนิ้วมือส่วนปลาย ข้อมือ ศอก เข่า ข้อกระดูกคอ กระดูกสันหลัง เป็นต้น เมื่อมีอาการอักเสบจะมีอาการบวมแดงร้อน ถ้าไม่ได้รับการดูแลรักษาที่ถูกต้องจะเกิดอาการพิการของข้อได้

โดย นาโนฮอมกรีน 2014-05-05 15:09:37 [IP : 118.172.16.xxx]

ความคิดเห็น

ความคิดเห็น
Please use IE for editing.
โดย
อี-เมล์
เบอร์โทรศัพท์
Security
Click to reload image
Insert Image Insert Image by browse

คลิกที่รูป เพื่อแทรกรูปลงในข้อความ

คำเตือนเกี่ยวกับการใช้เว็บบอร์ด

[ ปิดหน้านี้ ]
[ กลับหน้าเดิม ]



 
 
 

 

บริษัท นาโน ฮอม กรีน จำกัด
119/3 หมู่8 ต.ต้นเปา(บ่อสร้าง) อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่ 50130
โทร : 053-339031 e-mail : nanohgreen@gmail.com
Facebook: https://www.facebook.com/nano.homgreen
Copyright (c) 2011 Nano-Hom Changmai