หมวดสินค้า






 
>>> วิธีใช้หัวฮิวมัสกับพืชชนิดต่างๆ
 
 
 
 
 
 
 
ติดต่อเรื่องบำบัดน้ำเสีย
 >>>  0817645463  <<<

" คลิกลิ้งค์ข้างล่าง "
v      v      v
v      v      v
 



ติดต่อเราทางไลน์
ID Line: nanohomgreen
 
ติดต่อพูดคุยเป็นเพื่อนกับเรา
คลิกที่นี่... 
 

Big Boss
ขจัดอาการเหงือกจ๋าฟันลาก่อน

มีจำหน่ายที่นี่

น้ำแร่บ้วนปาก ราคา 360 บาท/กล่อง ส่งฟรีลงทะเบียน ทั่วประเทศ




สภาพอากาศ ประจำวัน


ราคาน้ำมัน PTT

สถิติการเยี่ยมชมเว็ป

 สถิติวันนี้ 60 คน
 สถิติเมื่อวาน 71 คน
 สถิติเดือนนี้
สถิติปีนี้
สถิติทั้งหมด
601 คน
1208 คน
83235 คน
เริ่มเมื่อ 20-03-2011


คำกล่าวนำเว็บบอร์ด
คำแนะนำเกี่ยวกับการใช้เว็บบอร์ด


เพียง 2 เส้นทางที่เกษตรกรไทยต้องเลือก

เพียง2เส้นทางที่เกษตรกรต้องเลือก
นำเสนอโดยบริษัทนาโนฮอมกรีน จำกัด http://www.nano-hom.com/


ผู้ผลิตฮิวมัสสำหรับปรับสภาพดินเพื่อเกษตรกรทั่วประเทศ
……………...


เนื่องจากภาวะปัจจุบันของเกษตรกรไทยที่ประกอบอาชีพการเกษตร ทำนา สวน ไร่ มีปัญหาหลัก 4 ประการ  80% ของประชากรไทยอยู่ในอาชีพเกษตรกรแต่เดิมมาเราอยู่ในลำดับหนึ่งของการผลิตข้าวสู่ตลาดโลกท่ามกลางปัญหาต่างๆ ทำให้เกษตรกรไทยเราไม่อาจอยู่ในฐานะร่ำรวยแต่กับมีแต่หนี้สินทั้งนี้เพราะ


1.ผลผลิตต่ำ ต้นทุนสูง ปัญหานี้เป็นผลมาจากการการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางการผลิตของเกษตรกรที่เดิมเป็นการผลิตเพื่อนอยู่เพื่อกินส่วนที่เหลือถึงจะจะขายนำเป็นมาใช้จ่ายเช่นชาวนา การทำนาแต่ก่อนปีหนึ่งจะทำนาเพียง1ครั้งทำให้สภาพดินไม่เสื่อมโทรสามารถใช้วัสดุธรรมชาติที่มีอยู่ในท้องถิ่นอาทิขี้วัว ขี้ควาย ฯลฯประกอบเป็นปุ๋ยแต่ปัจจุบันเป็นการผลิตเชิงการตลาดต้องทำนา2ถึง3ครั้งสภาพดินจึงขาดปุ๋ยจึงต้องพึ่งพาปุ๋ยเคมีเป็นหลักและมีการผลิตพืชเชิงเดี่ยวเป็นหลักทำให้มีปัญหาโรคและแมลงเพิ่มค่าใช้จ่ายสารเคมีต้นทุนในการผลิตจึงสูง ประกอบกับสภาพดินที่เสื่อมเพราะเคมีที่ตกค้างในแปลงปลูกการใช้ปุ๋ยเคมีก็นับวันจะเพิ่มปริมาณขึ้นแม้จะทำนาสักปีละ10ครั้งก็ยิ่งได้ผลผลิตน้อยไม่คุ้มค่าใช้จ่ายที่ลงไปแม้ราคาตกก็ไม่มียุ้งฉางเก็บสต๊อคไว้รอเวลาราคาดีจึงจะขายแต่กลับกลายเป็นว่าปัจจุบันชาวนาผลิตแล้วขายไม่มีเหลือแม้เม็ดเดียวและกลับไม่ซื้อข้าวสารของตนเองมาบริโภคทั้งปีผลก็เสียทั้งขึ้นทั้งล่องนี่แหละชาวนาไทยขายข้าวเปลือกถูกซื้อข้าวสารกินแพง
2.ราคาผลผลิตต่ำ เนื่องจากเป็นการผลิตเพื่อตลาดไม่ใช่เฉพาะประเทศไทยแต่เป็นตลาดโลกการแข่งขันระหว่างประเทศจึงมีสูงมีการตัดราคา มีการจำกัดโควต้าและที่สำคัญเรามีคู่แข่งที่เกิดใหม่มากมายปัจจุบันประเทศเราไม่ได้เป็นผู้ผลิตข้าวอันดับหนึ่งของโลกต่อไปอีกแล้วชาวนาไทยรวมทั้งชาวสวนยางสวนปาล์มต่างก็เผชิญกับปัญหานี้เช่นกันการแก้ไขราคาพืชผลตกต่ำจึงเป็นภาระของรัฐบาลที่จะต้องดำเนินการชาวเกษตรกรเองไม่รู้จะหันหน้าไปพึงใครจึงจำใจต้องปิดถนน
3.ปัญหาหนี้สินเป็นงูกินหางต่อจากผลผลิตตกต่ำก็ขาดทุน พอขายราคาตกอีกก็ขาดทุน ธกสเอย สหกรณ์เอยเป็นหนี้พอกพูนมีแต่เพิ่มไม่มีลดเกษตรกรไทยมองไม่เห็นอนาคต
4.สุขภาพอนามัยโรคภัยจากสารเคมีตกค้างทางภาวะทางธรรมชาติ การสะสมของเคมีสารพิษก่อให้เกิดมลภาวะต่างๆสารพัดโรคภัยไปอยู่ที่เกษตรกรแม้จะมี30บาทรักษาทุกโรคก็เอาไม่อยู่ชีวิตของเกษตรกรและประชาชนไทยทุกผู้ทุกนามต่างก็เผชิญกับอันตรายความเสี่ยงของโรคภัยสารพัดเหล่านี้อันเนื่องมาจากต้องบริโภคพืชผลที่ผลิตจากเคมีอย่างมหาศาลจากเกษตรกรไทยด้วยกันเอง
5.ความอ่อนแอและด้อยโอกาสของการแข่งขันในตลาดโลกเอาใกล้ตัวแค่ AEC (Asean Economics Communnity) เกษตรกรไทยเราก็เหนื่อยสุดๆแล้วสินค้าการเกษตรเราต้องสู้ในตลาดโลกที่มีทั้งการแข่ง การกีดกัน การเอารัดเอาเปรียบของประเทศใหญ่ต่อประเทศเล็กฯลฯจึงไม่รู้ว่าในอนาคตต่อนี้ไปเกษตรกรไทยเราจะอยู่รอดได้อย่างไร
6.สถาบันครอบครัวและสังคมอ่อนแอ จากสภาพทางเศรษฐกิจและชีวิตความเป็นอยู่ที่มีแต่หนี้สินพอกพูนปัญหาครอบครัวและสังคมจึงตามมาอย่างหนักหน่วงต่อเนื่องอาทิเช่นอย่าเสพติด วัตถุนิยม การบิริโภคเกินฐานะสังคมไม่มั่นคงโจรผู้รายชุกชุม ความมีน้ำใจโอบอ้อมอารีของคนไทยแต่เดิมถดถอยลดลงเช่นกันประเทศไทยขณะนี้ติดอันดับคอรัปชั่นสูงจากเดิมอยู่ในอันดับที่88เพิ่มเป็น102 เป็นต้น


ก่อนอื่นลองมาดูข้อมูลเหล่านี้เพื่อจะได้แสวงหาทางรอด
xml:namespace prefix = o ns = "urn:schemas-microsoft-com:office:office" />1.ข้อมูลเผย ผลผลิตข้าวต่อไร่ ไทยที่โหล่อาเซียน!


7 มกราคม 2556 เวลา 19:01 น. | อ่าน 1,978


กรมส่งเสริมการเกษตรเร่งลดต้นทุนเพิ่มผลผลิตข้าว เพื่อช่วยให้เกษตรกรไทยสามารถแข่งขันในตลาดเออีซีได้ จัดแข่งขันประกวดผลผลิตข้าวนาปี เพื่อรวบรวมเทคโนโลยีใหม่ช่วยผลิตข้าว
นางพรรณพิมล ชัญญานุวัตร อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผย ต้นทุนการผลิตข้าวของไทยยังมีอัตราที่สูงกว่าประเทศที่ปลูกข้าวด้วยกัน ซึ่งทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มอบหมายให้กรมส่งเสริมการเกษตรหาเทคโนโลยีในการผลิตข้าว ที่ทำให้ผลผลิตสูงและเหมาะสมเพื่อเป็นการรองรับผลกระทบจากการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน เกษตรกรไทยต้องมีการปรับตัว ให้สามารถแข่งขันทางการค้าข้าวได้ทั้งนี้ข้อมูลหอการค้าไทยปี 53/54 ผลผลิตเฉลี่ยข้าวของประเทศไทย อยู่ที่ 448 กิโลกรัมต่อไร่ ถือเป็นอัตราที่ต่ำมาก เมื่อเทียบกับประเทศผู้ปลูกข้าว เช่น เวียดนาม ที่มีผลผลิตต่อไร่ที่ 592.4 กิโลกรัม อินโดนีเซีย 779 กิโลกรัม ฟิลิปปินส์ 616 กิโลกรัม มาเลเซีย 592 กิโลกรัม และลาว 588.8 กิโลกรัม
อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตรกล่าวอีกว่า โครงการประกวดผลผลิตข้าวนาปี 55/56 เป็นโครงการที่ช่วยรวบรวมเทคโนโลยีการผลิตข้าวที่เกษตรกรปฏิบัติได้ผลผลิตสูงและเหมาะสม นำมาใช้เป็นต้นแบบในการส่งเสริม และเผยแพร่สู่เกษตรกรต่อไป โดยผู้ชนะได้มีผลผลิตเฉลี่ยต่อไร่ 1,520.31 กิโลกรัม ซึ่งกำไรสุทธิ 12,801 บาทต่อไร่ และต้นทุนการผลิตเฉลี่ยต่ำสุดที่ 2 บาท 71 สตางค์ต่อกิโลกรัม

2.ผลผลิตข้าวต่อ1ไร่ของประเทศในกลุ่มอาเซียน

ชาวนาในกลุ่มอาเซียนผลิตข้าวได้ประมาณ  ปีละ 112.5  ล้านตันซึ่งคิดเป็น  1  ใน  4 ของการผลิตข้าวทั้งโลก


โดยอินโดนีเซียผลิตข้าวได้มากที่สุด  จำนวน  35.50  ล้านตัน 


รองลงมาคือเวียดนาม  ผลิตข้าวได้จำนวน  26.40  ล้านตัน


และลำดับที่สามคือประเทศไทย ผลิตข้าวได้  20.26  ล้านตันจะเห็นได้นะครับว่า  ประเทศไทยผลิตข้าวได้น้อยกว่าเวียดนามทั้งที่ประเทศไทย  มีพื้นที่สำหรับใช้ในการปลูกข้าว   ประมาณ   66.69  ล้านไร่ประเทศเวียดนาม มีพื้นที่สำหรับใช้ในการปลูกข้าว  ประมาณ   46.38  ล้านไร่นั่นเป็นเพราะว่าชาวนาไทย  มีผลผลิตข้าวต่อ  1  ไร่ น้อยกว่าเวียดนามถึงเท่าตัว
ตัวจำนวนผลผลิตข้าวต่อ  1  ไร่  ของกลุ่มประเทศในอาเซียน



ลำดับที่  1  ประเทศเวียดนาม  ผลิตข้าวได้  803.2  กิโลกรัม  ต่อ  1  ไร่



ลำดับที่  2  ประเทศอินโดนีเซีย  ผลิตข้าวได้  801.6  กิโลกรัม  ต่อ  1  ไร่



ลำดับที่  3  ประเทศมาเลเซีย  ผลิตข้าวได้  588.8  กิโลกรัม  ต่อ  1  ไร่

ลำดับที่  4  ประเทศลาว  ผลิตข้าวได้  579.2  กิโลกรัม  ต่อ  1  ไร่

ลำดับที่  5  ประเทศฟิลิปปินส์  ผลิตข้าวได้  576.6  กิโลกรัม  ต่อ  1  ไร่

ลำดับที่  6  ประเทศไทย  ผลิตข้าวได้  454.4  กิโลกรัม  ต่อ  1  ไร่

ลำดับที่  7  ประเทศกัมพูชา  ผลิตข้าวได้  443.2  กิโลกรัม  ต่อ  1  ไร่

ลำดับที่  8  ประเทศพม่า  ผลิตข้าวได้  422.4  กิโลกรัม  ต่อ  1  ไร่


ในเรื่องของการส่งออกข้าวในตลาดโลกแต่เดิมไทยครองอันดับที่ 1  มาอย่างยาวนานแต่ในช่วงแปดเดือนแรกของปี  2555ไทยส่งออกข้าวลดลง  กลายเป็นอันดับสาม  รองจากเวียดนาม  และอินเดีย
ขอบคุณข้อมูล  จากทีวีไทย  tpbs เรียบเรียงโดย: กะปอมน้อย  ที่มา : ทีวีไทย
ทางออกสองเส้น
เส้นทางที่1.เกษตรเคมี ต้นทุนต่ำ คุณภาพดี มีราคา
แม้ปัจจุบันเกษตรไทยกว่า80%โดยเฉพาะชาวนาจะเริ่มใช้เครื่องจักรกลเข้ามาช่วยตั้งแต่เตรียมดิน ไถ หว่านปลูกจนเก็บเกี่ยวใช้แรงงานน้อยไปเรื่อยๆมีปุ๋ยมีฮอร์โมน ยาเคมีฆ่าหญ้าฆ่าแมลงใช้อย่างเต็มที่เร่งการผลิตให้รอบสั้นเพื่อจะได้เก็บเกี่ยวในระยะเวลาอันรวดเร็วดังนั้นการลดต้นทุนจึงเป็นไปไม่ได้ กรมส่งเสริมการเกษตรได้ได้ออกคู่มือลดต้นทุนข้าวโดยครูติดแผ่นดินข้าว2551แนะน้ำเกษตรกรไว้4ประการคือ
1.พันธ์ข้าวที่ดี(เพิ่มผลผลิต)
2.ดินทีดี(เพิ่มผลผลิต)
3.การใช้ปุ๋ยเคมีตามค่าวิเคราะห์ดิน(ลดต้นทุน)
4.การบริหารจัดการโรคและแมลง(ลดต้นทุน)
เส้นทางที่2เกษตรอินทรีย์ ผลิตข้าวคุณภาพตามออร์เดอร์
ผลิตข้าวอินทรีย์ที่มีคุณภาพตามออร์เดอร์ ขณะนี้กำลังมีความนิยมทานข้าวที่มีส่วนส่งเสริมสุขภาพเพื่อลดความเสี่ยงต่อเรื่องโรคภัยไข้เจ็บทั้งปวงอาทิโรคเบาหวาน ความดัน มะเร็งมีข้อมูลวิจัยทางวิชาการว่าข้าวอินทรีย์บางพันธ์ทานเป็นอาหารเพื่อสุขภาพได้อาทิข้าวหอมนิล ข้าวไรซ์เบอร์รี่เป็นต้น
ทั้งสองเส้นทางของเกษตรกรเรามี ฮิวมัสล้านปีอินทรีย์100%เป็นปัจจัยน้ำไปสู่ความสำเร็จทั้งสิ้น
ฮิวมัสคือปัจจัยพื้นฐานที่สำคัญที่สุดในการลดต้นทุนและเพิ่มคุณภาพดิน
ความสำคัญในที่นี้จะเน้นถึงดินในแปลงนา ดินดีเปรียบเหมือนรถยนต์ใหม่เครื่องยนต์ดีเติมน้ำมันก็วิ่งดี ขับดีและประหยัดมีความปลอดภัยสูงใช้งานขนส่งก็คุ้มค่าได้กำไร ดินเสียก็เหมือนรถเก่าจะใช้น้ำมัน(ปุ๋ย) หรือหัวเชื้อ(ฮอร์โมน,อาหารเสริม)อย่างไรก็ไม่คุ้มค่า ดินในนาปัจจุบันอุปมาเหมือนรถเก่าเกษตรกรชาวนาต้องคิดใหม่ทำอย่างไรที่จะให้ผลผลิตคุ้มถึงเวลาแล้วต้องเปลี่ยนแปลงเพื่อลดต้นทุนให้ ถ้าไม่ได้มีแต่เจ้งกับเจ้งไม่มีทางทีจะลืมตาอ้าปากสูตรลดต้นทุน ของเราแก้ดินเสียให้เป็นดินดี เพราะดินดีคือปุ๋ยดี ปุ๋ยที่ดีก็ต้องใช้ในปริมาณที่น้อยใช้ปุ๋ยน้อยก็คือการลดต้นทุน การแก้ไขดินให้ดีมีหลายวิธีแต่เป้าหมายสูงสุดของการแก้ดินก็คือการปรับปรุงบำรุงดินให้มีโครงสร้างและเพิ่มธาตุอาหารให้ดินสมบูรณ์ไปด้วยแร่ธาตุที่เป็นประโยชน์ต่อพืชทางนักวิชาการยอมรับกันที่ดินมี ฮิวมัส
ฮิวมัสที่ดีคือ.........ต้องมีองค์ประกอบที่เป็นประโยชน์ต่อพืช
1.มีอินทรีย์สาร(Organic matterหรือOM)ไม่ต่ำกว่า 20%
2.มีคาร์บอนด์เรโซ(C/N)ไม่เกิน1/20
3.มีดัชนีการงอกไม่ต่ำกว่า 80%
4.ธาตุอาหารหลัก NPK มีธาตุรองและธาตุเสริมครบถ้วน
5.มีค่าCECเหมาะสม
การลดดินเสียคือการปรับสภาพดินให้ฟื้นคืนความอุดมสมบูรณ์ ปัจจุบันนี้มีหลากหลายวิธีการโดยสรุปก็คือการทำให้ดินมีฮิวมัสเพิ่ม
ขึ้นไม่ว่าจะใช้ปุ๋ยคอก ปุ๋ยพืชสดปุ๋ยหมัก ล้วนแต่เป็นการเพิ่มฮิวมัสให้ดินได้ทั้งสิ้นและปัจจุบันนี้เป็นที่น่ายินดีช่วยเกษตรกรมีทางลัดในการปรับปรุงดินช่วยลดค่าแรง ค่าเสียเวลาและมีความสะดวกโดยการให้ฮิวมัสที่เป็นอินทรีย์100%โดยตรงในราคาถูกช่วยลดต้นทุนเบื้องต้น
ฮิวมัสแท้ล้านปีอินทรีย์100%ของบริษัทนาโนฮอมกรีน จำกัด เป็นคำตอบและทางออกของเกษตรกรที่ต้องการปรับสภาพดินและได้ผลผลิตสูงเหมาะสำหรับข้าวอินทรีย์และเคมีทั้งปวง

...........................................

โดย นาโนฮอมกรีน 2014-03-21 16:23:45 [IP : 118.172.144.xxx]

ความคิดเห็น

ความคิดเห็น
Please use IE for editing.
โดย
อี-เมล์
เบอร์โทรศัพท์
Security
Click to reload image
Insert Image Insert Image by browse

คลิกที่รูป เพื่อแทรกรูปลงในข้อความ

คำเตือนเกี่ยวกับการใช้เว็บบอร์ด

[ ปิดหน้านี้ ]
[ กลับหน้าเดิม ]



 
 
 

 

บริษัท นาโน ฮอม กรีน จำกัด
119/3 หมู่8 ต.ต้นเปา(บ่อสร้าง) อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่ 50130
โทร : 053-339031 e-mail : nanohgreen@gmail.com
Facebook: https://www.facebook.com/nano.homgreen
Copyright (c) 2011 Nano-Hom Changmai