หมวดสินค้า






 
>>> วิธีใช้หัวฮิวมัสกับพืชชนิดต่างๆ
 
 
 
 
 
 
 
ติดต่อเรื่องบำบัดน้ำเสีย
 >>>  0817645463  <<<

" คลิกลิ้งค์ข้างล่าง "
v      v      v
v      v      v
 



ติดต่อเราทางไลน์
ID Line: nanohomgreen
 
ติดต่อพูดคุยเป็นเพื่อนกับเรา
คลิกที่นี่... 
 

Big Boss
ขจัดอาการเหงือกจ๋าฟันลาก่อน

มีจำหน่ายที่นี่

น้ำแร่บ้วนปาก ราคา 360 บาท/กล่อง ส่งฟรีลงทะเบียน ทั่วประเทศ




สภาพอากาศ ประจำวัน


ราคาน้ำมัน PTT

สถิติการเยี่ยมชมเว็ป

 สถิติวันนี้ 33 คน
 สถิติเมื่อวาน 52 คน
 สถิติเดือนนี้
สถิติปีนี้
สถิติทั้งหมด
732 คน
6150 คน
88177 คน
เริ่มเมื่อ 20-03-2011


คำกล่าวนำเว็บบอร์ด
คำแนะนำเกี่ยวกับการใช้เว็บบอร์ด


องค์ความรู้เกี่ยวกับการตรวจวิเคราะห์ดิน

องค์ความรู้เกี่ยวกับการตรวจวิเคราะห์ดิน
1.ค่า pH (Potential of Hydrogen Ion) หรือปฏิกิริยาของดิน
  หมายถึงระดับความเป็นกรด(acidity) หรือความเป็นด่าง(alkalinity) ของดิน ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่สำคัญที่มีอิทธิพลต่อขบวนการทางเคมีและชีวภาพในดินที่มีผลต่อการเจริญเติบโตและให้ผลผลิตของพืช การวัดความเป็นกรดหรือด่าง นิยมวัดออกมาเป็นค่าของ pH โดยใช้เครื่องมือที่เรียกว่า pH meter มีค่าตั้งแต่ pH1 ถึง pH14 ซึ่งอาจวัดในสภาพดินที่อิ่มตัวด้วยน้ำ หรือในสารละลายของดินและน้ำ ชั้นต่างๆ ของดิน จะมีค่า pH อยู่ระหว่าง 3.5 หรือต่ำกว่าเล็กน้อย จนกระทั่งสูงถึง 9.5 ค่าเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงสภาพความเป็นกรด(acid sulphate condition) ซึ่งมีค่าตั้งแต่ 3.5 หรือต่ำกว่า จนกระทั่งระดับความเป็นด่างของดิน(Black alkaline of sodium carbonate) ซึ่งมี pH อยู่ระหว่าง 9-10 หรือสูงกว่า โดยแบ่งจำแนกค่าพิสัย(ค่าที่แบ่งออกเป็นช่วงๆ) ของดินได้ 10 ระดับดังนี้

พืชต่างชนิดกันเติบโตได้ดีในระดับ pH ของดินที่แตกต่างกัน พืชพวกตระกูลถั่วชอบดินที่เป็นกลางและด่างอย่างอ่อน พวกฝรั่งและมันเทศชอบดินที่เป็นกรด สำหรับข้าวชอบสภาพดินที่เป็นกรดอ่อนๆ การขังน้ำในช่วงเวลาปลูกข้าวจะทำให้ pH สูงขึ้นเล็กน้อย แต่พืชส่วนใหญ่มักจะเจริญได้ดีที่ระดับ pH ของดินประมาณ 6-7 กรณีที่ดินเป็นกรดมากๆ มักจะมีระดับธาตุอาหารบางธาตุเปลี่ยนแปลงไปโดยเฉพาะเมื่อ pH ต่ำกว่า 5.0 จะแสดงอาการขาดธาตุโปแตสเซียมและฟอสฟอรัส เนื่องจากโปแตสเซียมจะถูกชะล้างออกไปจากหน้าดินได้ง่าย และฟอสฟอรัสจะถูกยึด(phosphate fixation) ส่วนธาตุเหล็ก อะลูมินั่ม แมงกานีส จะอยู่ในสภาพที่ละลายน้ำได้มากจนบางครั้งเกิดเป็นพิษแก่พืชที่ปลูกได้

2.ค่า EC (Electrical Conductivity) เป็นค่าการนำไฟฟ้าของน้ำที่สกัดจากดินที่อิ่มตัวด้วยน้ำเนื่องจาก การนำไฟฟ้ามีความสัมพันธ์กับความเข้มข้นของเกลือในน้ำ การวัดค่าการนำไฟฟ้าจึงทำให้ประมาณค่าเกลือละลายในน้ำที่สกัดออกมาจากดินได้ ซึ่งจะใช้เป็นดัชนีของความเค็มที่บอกได้ว่าพืชเจริญเติบโตเป็นปกติหรือไม่ มีหน่วยการวัดเป็น milimhos/cm. และ micromhos/com. โดยคิดเทียบที่อุณหภูมิ 20 องศาc

พืชต่างชนิดกันจะทนความเค็มได้ในระดับต่างกัน เช่น ฝ้าย และข้าวสาลี จะทนความเค็มได้มากกว่าข้าวโพด และข้าว  ดังนั้นในการพิจารณาปลูกพืชควรเลือกชนิดของพืชให้เหมาะสมกับคุณภาพของดิน หรือต้องปรับปรุงดินให้เหมาะสมกับพืชที่ต้องการจะปลูกเสียก่อน

ปริมาณเกลือละลายในดิน
เกลือละลายชนิดต่างๆ ในดินที่เป็นประจุบวก(soluble cations) ได้แก่ Na, Ca, Mg และ K ชนิดที่มีประจุลบ(soluble anions) ได้แก่ คาร์บอเนต, ไบคาร์บอเนต, ซัลเฟต, คลอไรด์ และไนเตรต สำหรับในดินที่มีปฏิกิริยาเป็นกรดจะพบ Fe, AI และ Mn ด้วย การทราบปริมาณและชนิดของเกลือในดินจะช่วยตัดสินใจในเรื่องความเค็มของดิน soil salinity ได้ และจะเป็นประโยชน์ในการพิจารณาหาวิธีแก้ไขปรับปรุงดินให้เหมาะสมกับสภาพดินด้วย เช่นในกรณีที่เป็นดินเค็มที่มีเกลือโซเดียมอยู่มาก การชะล้างด้วยน้ำจืดอย่างเดียวอาจไม่ได้ผลเพราะดินที่อิ่มตัวด้วยโซเดียมจะพองตัวและแน่นทึบ ทำให้น้ำซึมผ่านได้ยาก และจะทำให้ดินเป็นด่าง มี pH สูงกว่า 8.5 ไม่สามารถใช้ปลูกพืชได้จำเป็นต้องใส่แคลเซียมซัลเฟตลงไปด้วยเพื่อเปลี่ยนโซเดียมคาร์บอเนต และโซเดียมคลอไรด์ ให้เป็นโซเดียวซัลเฟต ซึ่งจะล้างออกด้วยน้ำจืดได้ง่าย สำหรับการปลูกพืชในระยะแรกที่ดินยังมีเกลืออยู่มากควรเลือกพืชที่มีความทนทานต่อดินเค็ม เช่น ข้าวโพด ข้าวฟ่าง ฝ้าย เสียก่อน เมื่อทำการชะล้างดินปริมาณเกลือลดน้อยลง จึงค่อยเลือกชนิดของพืชที่เหมาะสมต่อไป
องค์ความรู้ทั่วไป
1.จุดเด่นและคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์ "หัวฮิวมัสแท้ล้านปีอินทรีย์ 100%
เพลี้ยกระโดดหนี  หอยเชอรี่ร้องไห้
ดินเสียฟื้นคืนไว  กำไรทวีคูณ
ก่อนอื่นขอย้ำว่า การใช้หัวฮิวมัสแทล้านปีอินทรีย์ 100% อย่างถูกเวลา ถูกวิธีตามคำแนะนำ จะทำให้พืชได้ใช้ประโยชน์จากสิ่งที่มีอยู่ในหัวฮิวมัสแท้มาสะสมเสริมสร้างความแข็งแรง และความต้านทานด้านต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ยกตัวอย่างวิธีการใช้ในนาข้าว เช่น หลังหว่าน(นาหว่าน) หรือปลูกเสร็จ(นาดำ) ให้ฉีดพ่นหัวฮิวมัสแท้ (ที่มีส่วนผสม หัวฮิวมัสแท้ 4 กก.ผสมน้ำ 100 ลิตร) ต่อพื้นที่ 1 ไร่ตามทันทีหลังหว่านหรือปลูกเสร็จ หลังจากนั้น 1 เดือน ให้ฉีดพ่นอีกครั้งหนึ่ง ในอัตรส่วนผสมเดียวกัน ก็เป็นอันว่าเสร็จสมบูรณ์ครบถ้วน รอเกี่ยวได้เลย การใช้ถูกเวลา ถูกวิธีอย่างนี้ ก็จะเป็นการสร้างภูมิต้านทานให้กับนาข้าวได้ เพลี้ยมาก็จะรีบกระโดดหนี หอยเชอรี่ก็จะค้อนควับและร้องไห้ระงมหมดเรี่ยวหมดแรงจะไปต่อ เพราะดูต้นข้าวสวยงามเหลือเกิน แต่เชอรี่กินไม่ได้ไม่อร่อยเลย ทั้งนี้ก็เพราะในทุกส่วนของต้นข้าวนั้น นอกจากได้รับการหล่อเลี้ยงด้วยธาตุอาหารหลัก อาหารรองต่างๆ แล้ว ยังมีอาวุธพิเศษของหัวฮิวมัสแท้อีกหลายอย่างคือ กรดซิลิก้า ซัลเฟอร์ และกำมะถัน ซึ่งทั้งเพลี้ยและหอยเชอรี่ไม่ชอบเลย ระคายเคืองปากคอยังไม่พอ กลิ่นซัลเฟอร์กลิ่นกำมะถันก็สุดแสนจะทนทานด้วยอีกต่างหาก...แต่ถ้าใช้ผิดเวลา ข้าวออกรวงกำลังสวย เพลี้ยมาตรึม แล้วจึงรีบรนรานหาซื้อหัวฮิวมัสแท้ไปพ่น ขอบอกว่าไม่ได้ผลไม่ทันแล้ว เพราะหัวฮิวมัสแท้ไม่ใช่ยาปราบแมลงปราบหอยเชอรี่ที่จะไปกำจัดได้แบบทันทีทันใด หัวฮิวมัสแท้ล้านปีอินทรีย์ 100% ของเราคือ สารเสริมดินให้มีความอุดมสมบูรณ์และเสริมสร้างภูมิต้านทานโรคพืชและแมลงศัตรูพืชต่างๆ แบบซึมลึกและคงทนคู่ไปกับความเจริญเติบโตของต้นพืช  จึงขอสรุปว่าการใช้ถูกเวลา ถูกวิธี จะทำให้ เพลี้ยกระโดดหนี หอยเชอรี่ร้องไห้ อย่างแน่นอน ส่วนที่หัวฮิวมัสแท้ของเราทำให้ ดินเสียฟื้นคืนไว กำไรทวีคูณ ก็เป็นอีกคุณสมบัติที่โดดเด่นของเรา โดยที่เราได้รับรู้มาโดยตลอดว่าการทำเกษตรกรรมส่วนใหญ่ในบ้านเรา จะใช้ปุ๋ยเคมีเพียงอย่างเดียวติดต่อกันมาในระยะเวลาที่ยาวนาน ซึ่งจะยังผลให้หน้าดินกลายเป็นดินด้าน ดินแข็ง พืชกินปุ๋ยได้ไม่เต็มที่ สภาพดินเสื่อมโทรมลงเรื่อยๆ ธาตุอาหารหลายๆ อย่างที่เป็นประโยชน์ต่อพืชลดน้อยลงหรือขาดหายไป รากของพืชไม่สามารถดูดซับอากาศได้ ทำให้พืชมีรากน้อย จึงดูดกินธาตุอาหารได้น้อยเจริญเติบโตช้าและไม่เต็มที่ ความสมดุลของดินสูญเสียไป จึงทำให้ความเหมาะสมสำหรับการปลูกและการเจริญเติบโตของพืชลดลงเรื่อยๆ ซึ่งปัจจุบันนี้ถือเป็นปัญหาใหญ่ของที่ดินสำหรับทำการเกษตรในประเทศไทย รัฐบาลจึงมีนโยบายส่งเสริมให้มีการปรับปรุงบำรุงดินอย่างเร่งด่วนโดยใช้ปุ๋ยอินทรีย์ หรือสารปรับปรุงบำรุงดิน เช่น หัวฮิวมัสแท้ล้านปีอินทรีย์ 100% ร่วมด้วยในการทำเกษตรกรรม เพื่อฟื้นดินที่เสียไปให้กลับคืนมาเป็นดินดีเหมาะสำหรับการปลูกพืชดังเดิม หัวฮิวมัสแท้ล้านปีอินทรีย์ 100% ของเรามีคุณสมบัติอย่างครบถ้วนที่จะช่วยแก้ปัญหาดังกล่าว เพราะทำให้ดินร่วนซุย รากพืชได้รับอากาศ รากยาวชอนไชไปได้ทั่ว ดูดซับกินปุ๋ยกินสารอาหารต่างๆ ได้เต็มที่มากขึ้น ต้นพืชจึงเจริญเติบโตเต็มที่ และให้ผลผลิตได้เต็มศักยภาพ เมื่อผลผลิตได้เพิ่มขึ้นมาก ก็ขายได้เงินมากขึ้น นี่คือคุณสมบัติที่โดดเด่นอีกอย่างหนึ่งที่เรากล้าพิสูจน์กับพืชทุกชนิดบนโลกใบนี้
2.การใช้ หัวฮิวมัสแท้ล้านปีอินทรีย์ 100% ร่วมกับปุ๋ยเคมีหรือปุ๋ยอินทรีย์   มีวิธีใช้อยู่ 3 วิธีที่อยากแนะนำดังนี้
2.1ใช้แยกกันคนละเวลา(ไม่ผสมกัน) มีข้อดีคือ ถ้าใช้ หัวฮิวมัสแท้ ของเราร่วมด้วยในแปลงเกษตรต่างๆ หรือเช่นในนาข้าว ก็สามารถลดการใช้ปุ๋ยเคมีลงได้ 50% จากที่เคยใช้ปกติ เพราะเมื่อดินได้รับการฟื้นฟู มีสารอาหารเสริมอย่างมากมายจากหัวฮิวมัสแท้ร่วมด้วยอยู่แล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องการใช้ปุ๋ยเคมีในปริมาณเท่าเดิมอีกต่อไป เหมือนคนเรากินข้าวได้พออิ่มเท่านั้น สารอาหารที่มีมากเกินไปจากปุ๋ยเคมีก็จะเสื่อมสลายไปอย่างรวดเร็วโดยไร้ประโยชน์ ต้นทุนที่เกิดขึ้นจากการซื้อปุ๋ยเคมีจึงสามารถลดลงได้ด้วยประการฉะนี้ แต่อย่างไรก็ตามการลดลงของการใช้ปุ๋ยเคมีว่าจะลดลงได้มากหรือน้อยขนาดไหน ให้พิจารณาจากสภาพความอุดมสมบูรณ์ของดินเป็นหลัก ถ้าถามต่อว่า จะรู้ได้อย่างไรว่าสภาพดินอุดมสมบูรณ์มากน้อยขนาดไหน ตอบง่ายๆ ไม่ต้องซับซ้อนวิชาการเกินไปก็คือ ให้สังเกตจากความงอกงามความเจริญเติบโตของพืชที่เราปลูกก็พอจะประมาณในเบื้องต้นได้แล้ว
2.2ใช้ร่วมผสมกับปุ๋ยเคมี ก็สามารถใช้โดยวิธีนี้ได้เช่นกัน เช่น ถ้าเราใช้ หัวฮิวมัสแท้ 4 กก.ผสมน้ำ 100 ลิตร ก็สามารถใส่ปุ๋ยเคมีสูตรใดก็ได้ไม่เกิน 500 กรัม(ครึ่งกิโลกรัม) ผสมลงไปเพื่อฉีดพ่น ยกเว้นสูตร 46-0-0 (ยูเรีย) ถ้าจะใส่ก็ให้ใส่น้อยที่สุดไม่ควรเกิน 2 ช้อนแกง เพราะถ้าใส่มากจะยังผลให้ใบพืชไหม้ได้ จึงต้องใช้ด้วยความระมัดระวัง
2.3การใช้ร่วมกับปุ๋ยอินทรีย์ ก็สามารถแยกกันใช้ได้ตามความต้องการเหมือนปุ๋ยเคมี เพียงแต่ปริมาณการใช้จะมากกว่า เช่น ไร่ละ 2-3 กระสอบ เป็นต้น ในขณะที่ปุ๋ยเคมีอาจจะใช้แค่ 15-20 กก.ต่อไร่เท่านั้น เพราะความมากน้อยของสารอาหารต่างกัน

3.ความเป็นมา
บริษัท นาโนฮอมกรีน จำกัด เริ่มก่อตั้งเมื่อต้นปี 2554 หลังจากผ่านการตรวจสอบ ทดลอง สาธิตสินค้าในพื้นที่ต่างๆ กับพืชชนิดต่างๆ ในหลายพื้นที่ทั่วประเทศมาแล้ว 3 ปีก่อนหน้า โดยใช้สินค้าทดลองไปทั้งสินประมาณ 500 ตัน จนได้ประสิทธิผลที่ตอกย้ำถึงความมีคุณภาพสูงจริงของสินค้าซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนเราสุดมั่นใจและกล้าท้าพิสูจน์ใช้กับพืชทุกชนิด บริษัทฯ ได้สร้างโรงงานผลิตแปรรูปหัวฮิวมัสแท้ล้านปีอินทรีย์100% อยู่ที่จังหวัดลำปาง บัดนี้โดยคุณอุดมศักดิ์ พรมไชย ประธานกรรมการบริหารของบริษัท นาโนฮอมกรีน จำกัด พร้อมด้วยทีมงานที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญ พร้อมและยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะอยู่เคียงข้างท่าน สำหรับการทำเกษตรกรรมแนวใหม่ ด้วยการใช้ หัวฮิวมัสแท้ล้านปีอินทรีย์ 100% ในการแก้ปัญหาดินเสีย ต่อต้านการทำลายของแมลงและหอยเชอรี่ เพิ่มผลผลิต ลดต้นทุน สร้างชีวิตใหม่ ด้วยผลกำไรที่เกิดขึ้นอย่างทวีคูณแน่นอน


เรากล้าท้าพิสูจน์ให้กับพืชทุกชนิด...!!!
เราพร้อมแล้วท่านล่ะพร้อมหรือยัง...!!!




โดย บจก.นาโนฮอมกรีน 2014-03-22 15:38:21 [IP : 118.172.144.xxx]

ความคิดเห็น

ความคิดเห็น
Please use IE for editing.
โดย
อี-เมล์
เบอร์โทรศัพท์
Security
Click to reload image
Insert Image Insert Image by browse

คลิกที่รูป เพื่อแทรกรูปลงในข้อความ

คำเตือนเกี่ยวกับการใช้เว็บบอร์ด

[ ปิดหน้านี้ ]
[ กลับหน้าเดิม ]



 
 
 

 

บริษัท นาโน ฮอม กรีน จำกัด
119/3 หมู่8 ต.ต้นเปา(บ่อสร้าง) อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่ 50130
โทร : 053-339031 e-mail : nanohgreen@gmail.com
Facebook: https://www.facebook.com/nano.homgreen
Copyright (c) 2011 Nano-Hom Changmai